
แก๊งค์คอลเซนเตอร์หลอกเป็นสรรพากรตุ๋นเงิน
มิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกเหยื่อว่าจะมีการคืนเงินภาษีประจำปีผ่านเอทีเอ็ม มีผู้หลงเชื่อทำธุรกรรมผ่านระบบดังกล่าวสูญเงินไปหลายแสนบาท รายล่าสุดเป็นถึงศัลยแพทย์หญิง โรงพยาบาลชื่อดัง
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผบก.ป.กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกเหยื่อว่าจะมีการคืนเงินภาษีประจำปีผ่านเอทีเอ็มจนมีผู้หลงเชื่อไปทำธุรกรรมผ่านระบบดังกล่าวและสูญเงินไปหลายแสนบาทนั้น โดยรายล่าสุดนั้นเป็นถึงศัลยแพทย์หญิง โรงพยาบาลชื่อดัง ซึ่งที่ผ่านมาทางตนเองได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการระดับสูงหลายรายที่ถูกแก๊งดังกล่าวโทรมาตุ๋นด้วยวิธีการเดียวกันนี้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่หลงเชื่อและไม่หลงเชื่อ โดยให้ทางกองปราบช่วยติดตามสืบสวนหาตัวกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้
พล.ต.ต.สุพิศาลฯกล่าวต่อว่าโดยขณะนี้เริ่มทยอยพบผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่มีการมาแจ้งที่กองปราบปรามเองพบว่าในขณะนี้มีแล้ว2ราย โดยรายแรกผู้เสียหายเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจ.ฉะเชิงเทรา ถูกแก๊งค์มิจฉาชีพรายนี้หลอกว่าจะมีการคืนเงินภาษีผ่านระบบเอทีเอ็ม เป็นจำนวน5000บาท ก่อนผู้เสียหายจะหลงเชื่อไปกดตัวเลขตามที่มิจฉาชีพบอกสูญเงินไปกว่า1.5แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ในพื้นที่สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนอีกรายที่มาร้องกองปราบปรามเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่โดนหลอกด้วยวิธีการเดียวกันจนสูญเงินไปกว่า4แสนบาท เหตุเกิดในพื้นที่สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ตนจึงได้มอบหมายให้ทางผกก.ทุกกองกำกับการรวมรวมข้อมูลดูว่ามีผู้เสียหายจากแก๊งดังกล่าวทั้งหมดกี่ราย
รองผบก.ป.กล่าวว่ากลุ่มมิจฉาชีพรายนี้มีการทำงานคล้ายกับแก๊งคอลเซนเตอร์ที่เคยถูกทางการของจีนและทางกองปราบปรามร่วมกันจับกุมตัวมาก่อนหน้านี้ แต่มีการพัฒนาขั้นตอนขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะอาศัยกระแสของช่วงเวลา อย่างเช่น ช่วงที่มีการจ่ายคืนเงินภาษีอย่างในขณะนี้ ทำให้มีเหยื่อที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อไม่เว้นแม้แต่ผู้มีความรู้ทางวิชาชีพสูงอย่างหมอก็ยังตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพรายรี้ ส่วนกลุ่มเป้าหมายของแก๊งนี้จะเป็นข้าราชการระดับชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้สูง มีการเสียภาษีจำนวนมาก เมื่อกลุ่มมิจฉาชีพได้เบอร์โทรศัพท์เหล่านี้มาก็จะทำการโทรไปล่อหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อได้ง่าย เพราะกลุ่มคนร้ายมีการอ้างอิงหน่วยงานที่น่าเชื่อถือว่าจะมีการคืนเงินให้ได้อย่างกรมสรรพากร ซึ่งแก๊งดังกล่าวน่าจะเป็นแก๊งชาวต่างชาติที่มีคนไทยเข้าร่วมด้วย
“สำหรับผู้เสียหายที่มีการแจ้งความในแต่ละท้องที่ก็เป็นหน้าที่ของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินคดีเป็นรายๆไป แต่ในส่วนของทางกองปราบปรามเองจะเร่งติดตามสืบสวนระบบการทำงานของเครือข่ายดังกล่าวเพื่อให้ถึงต้นตอขอแก๊งมิจฉาชีพรายนี้ ทั้งนี้ก็อยากให้ผู้ที่เคยถูกกลุ่มมิจฉาชีพติดต่อไปหา หรือผู้เสียหายรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความเข้ามาให้ข้อมูลกับทางกองปราบปราม เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดตามจับกุมแก๊งมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป พร้อมทั้งอยากขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อวิธีการดังกล่าวไม่เช่นนั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้” พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าว



