
กกร.พบนายกฯ8ต.ค.ถกมาบตาพุด
รัฐยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลกรณีมาบตาพุดแล้ว กกร.เตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรี 8 ตุลาคมนี้ แจงไม่ควรถูกชะลอทั้ง 76 โครงการ ห่วงกิจการไม่มีเงินชำระหนี้แบงก์หากถูกเบรกทั้งหมด กระทุ้งรัฐเร่งเดินหน้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67
นายประศาสน์ชัย ตัณฑพานิช อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวภายหลังเดินทางไปยังศาลปกครอง เพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้ระงับโครงการหรือกิจกรรม 76 โครงการในมาบตาพุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ได้ขอให้ศาลพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ ขอให้พิจารณากลับคำสั่งศาลปกครองกลางที่คุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวคดีที่สมาคมต่อต้านโลกร้อนและพวกรวม 43 คนเป็นผู้ฟ้อง ส่วนอีกประเด็นขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 ระงับโครงการและกิจกรรมทั้ง 76 โครงการ ซึ่งศาลได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะพิจารณาหรือเรียกเอกสารเพิ่มเติมต่อไป
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล กล่าวว่า การยื่นอุทธรณ์ยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เอกชน เพราะแม้ประเทศไทยจะยึดแนวทางพอเพียง แต่อยู่บนเวทีโลกต้องมีการแข่งขัน จึงต้องมีเหตุและผลหาทางแก้ไขข้อผิดพลาดของทุกส่วน ส่วนกรณีที่ชาวบ้านจะยื่นคัดค้านการอุทธรณ์ก็ทำได้ตามสิทธิของกฎหมาย แต่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นประเทศชาติอาจจะเสียหาย
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังประชุมเพื่อหาทางแก้ปัญหามาบตาพุดว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส.อ.ท. และสมาคมธนาคารไทย จะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ เพื่อแจ้งถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด และจะชี้แจงว่าโครงการลงทุน 76 โครงการ ไม่ได้อยู่ในประกาศกิจการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งหมด ดังนั้นเห็นว่าควรชะลอดำเนินการเฉพาะบางโครงการ
รวมทั้งภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องการชำระหนี้กับสถาบันการเงิน และอาจถูกสถาบันการเงินสั่งระงับสินเชื่อเพราะโครงการดำเนินการต่อไปไม่ได้ และมีความกังวลต่อการผิดสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องการจ้างงานในมาบตาพุดที่มีอยู่ประมาณ 1 แสนคน นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องความเชื่อมั่นการลงทุน ถ้าไทยแก้ปัญหาไม่ได้ก็อาจเปลี่ยนแผนไปลงทุนประเทศอื่น
"ระหว่างที่หน่วยงานรัฐยื่นอุทธรณ์ก็ควรจะเร่งดำเนินการกำหนดข้อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ซึ่งจะต้องมีการประกาศกิจการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง การกำหนดแนวทางศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการร่างกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความเห็นประกอบการออกใบอนุญาตของหน่วยงานรัฐ" นายสันติกล่าว



