ข่าว

สั่งปรับแผนใช้เงิน"ไทยเข้มแข็ง"นายกฯชี้ศก.เปลี่ยน

สั่งปรับแผนใช้เงิน"ไทยเข้มแข็ง"นายกฯชี้ศก.เปลี่ยน

03 ต.ค. 2552

รัฐบาลทบทวนแผนลงทุนไทยเข้มแข็ง หันเน้นโครงการระยะยาวมากขึ้น คาดใช้เวลาทำแผน 2-3 เดือน พร้อมชงครม.พิจารณาการใช้ที่เหลือจากชดเชยเงินคงคลังอีก 1.5 แสนล้านมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และน.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพื่อทบทวนโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ใหม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้รัฐบาลต้องหันมาเน้นโครงการที่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวมากขึ้น จากเดิมที่เน้นความพร้อมของโครงการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก

 ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนการพิจารณาโครงการภายใต้แผนไทยเข้มแข็งที่จะใช้เงินกู้ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน มีการแก้ไขจากวุฒิสภา  จึงคาดว่าน่าจะมีเวลาในการทำรายละเอียดเรื่องนี้ต่อไป

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติการใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดพบว่าจะมีเงินจาก พ.ร.ก.ดังกล่าวสามารถนำมาใช้เพิ่มเติมได้อีก 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ที่จะนำไปชดเชยเงินคงคลังปีงบประมาณ 2552 จะใช้เพียง 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณารายละเอียดในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ และพิจารณาโครงการต่างๆ ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่อนุมัติเชิงหลักการไปแล้ว เช่น การประกันรายได้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน

 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ล่าสุดคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะ 2 ที่มีนายพนัส สิมะเสถียร ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้จัดกลุ่มโครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินกู้จากพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท เพื่อเร่งรัดติดตามโครงการได้ต่อเนื่องและชัดเจนมากขึ้น

 สำหรับการจัดกลุ่มดังกล่าว เป็นดังนี้ กลุ่มที่ 1 โครงการลงทุนที่มีผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงินรวม 160,420.40 ล้านบาท เช่น โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ การปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ กลุ่มที่ 2 โครงการลงทุนเพื่อวางรากฐานการพัฒนา วงเงินรวม 25,040.20 ล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม โครงการปรับปรุงขยายการประปา แม่สาย และกลุ่มโครงการในสาขาการลงทุนในระดับชุมชน เช่น โครงการเพิ่มทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจประจำปีงบประมาณ 2553