
อเล็กซิส-มคิร์ทายาน การสลับขั้วที่รอคอย
ในที่สุดดีลการซื้อขายซึ่งตกเป็นที่สนใจของคอลูกหนังทั่วโลกก็ได้สิ้นสุดลงเสียที เมื่อ อเลกซิส ซานเชซ ได้ย้ายทีมสมใจ
ขณะที่ เฮนริค มคิทาร์ยาน กำลังได้เจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการย้ายสลับขั้วหนนี้หลายคนพุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนสีเสื้อของดาวยิงชิลีเสียส่วนใหญ่ โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมประเคนค่าเหนื่อยก้อนโตแถมปล่อยนักเตะไปให้ทีมคู่แข่ง ส่วนฝั่งอาร์เซนอล แม้ต้องเสียดาวเตะระดับแม่เหล็กของทีมไป แต่การได้แข้งแห่งปีของอาร์เมเนียมาร่วมทัพนั้นตอบโจทย์ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนไม่น้อยทีเดียว
สปิริตในทีม
อย่างที่ทราบกันดีว่า อเลกซิส แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการเผ่นจากรั้วเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล เป็นข่าวถูกโยงกับบรรดายักษ์เศรษฐีทั้ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จ่อคว้าตัวมาร่วมทีมตั้งแต่ช่วงเส้นตายตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดดาวยิงวัย 29 ปี ก็ต้องรอจนกระทั่งตลาดรอบสองเปิดทำการจึงได้ย้ายทีมสมใจ
แม้ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศส จะยืนกรานนักหนาว่า อเลกซิส มีความเป็นมืออาชีพสามารถลงเล่นได้แม้จะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าไม่อยู่ต่อแน่ แต่หากลองมองไปยังบรรยากาศในห้องแต่งตัว โดยเฉพาะความรู้สึกของเพื่อนร่วมทีมบางทีมันก็ดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ แถมหากย้อนดูวีรกรรมที่ผ่านมาทั้งวอล์กเอาท์จากสนามซ้อม ทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีมไม่กี่วันก่อนแข่ง มีปากเสียงกันในสนามและตามด้วยการไปฉะกันยังห้องแต่งตัว ก็น่าจะพอตอบได้ว่าตอนมีหัวหอกชิลีกับตอนไม่มีบรรยากาศโดยรวมนั้นจะเป็นอย่างไร
ตรงข้ามกับมคิทาร์ยาน ผู้มาใหม่ที่ถึงจะกลายเป็นตัวตลกในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดนกองเชียร์ “เรด เดวิลส์” สาปส่งให้รีบเก็บข้าวของย้ายทีมเสียที แน่นอนสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์แง่ร้ายที่ยากจะลืม แต่มันจะไม่กลับมาหลอกหลอนเขาอีกที่ลอนดอน
โอกาสลงเล่น
ฤดูกาลนี้ มคิทาร์ยาน ได้โอกาสลงเล่นในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 22 นัด นับรวมทุกรายการ เป็นตัวจริง 15 เกม ส่วนที่เหลือคือการนั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง แถมจำนวนทั้งหมดที่ลงเล่นมีเพียง 3 เกมเท่านั้นที่ได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที (นัดแพ้ เรอัล มาดริด 1-2 ศึกซูเปอร์ คัพ และอีก 2 เกมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชนะ บาเซิล 3-0 และบุกเฉือนเบนฟิกา 1-0) ก่อนฝากผลงาน 2 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ ในซีซั่นสุดท้ายที่รับใช้ทีมอสูรแดง
ผลงานที่ตกลงไปอย่างน่าใจหายของเพลย์เมกเกอร์วัย 29 ปี นอกจากสภาพจิตใจแล้ว สิ่งแวดล้อมอาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เจ้าพ่อแอสซิสต์แห่งเวทีบุนเดสลีกา กลายสภาพเป็นแค่ตัวตลกกลางสนามในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะแท็กติกของชูเซ มูรินโญ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสที่ต้องยอมรับตามตรงว่าไม่เอื้อต่อการเล่นของดาวเตะอาร์เมเนียเลยแม้แต่น้อย
เมื่อนำเหตุผลข้างต้นมาประกอบการพิจารณาทำให้การเลือกมาอยู่ภายใต้ชายคาเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ดูจะเป็นคำตอบที่เข้าท่ากว่าการจมจ่อมอยู่กับปัญหาและสภาพแวดล้อมเดิมๆ เพราะอย่างน้อยสิ่งแรกที่แข้งอาร์เมเนียจะได้รับคือการการันตีตำแหน่งตัวจริงเพื่อเรียกความมั่นใจที่เคยทำหล่นไปคืนมา แถมรูปแบบการเล่นของอาร์เซนอล ยังใกล้เคียงกับโบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ อดีตต้นสังกัดในเยอรมนี ที่เคยฝากผลงานจนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของยุโรป
เข้าแผน “เวนเกอร์”
แน่นอนว่า มคิทาร์ยาน จะได้รับโอกาสมากขึ้นกว่าเดิม แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือดาวเตะอาร์เมเนียคนแรกที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกจะไปอยู่ตรงไหนในแผนของอาร์แซน เวนเกอร์
“เดอะกันเนอร์ส” หลายรายอาจเริ่มเกิดความสงสัยว่าแข้งป้ายแดงรายนี้จะไปทับตำแหน่งกับ เมซุต โอซิล เจ้าพ่อแอสซิสต์ของทีมหรือไม่ ซึ่งหากมองในมุมของกุนซือชาวฝรั่งเศสถ้าเป็นปัญหาจริงๆ คงไม่ยอมให้ดีลนี้เกิดขึ้นแต่แรก และอย่างที่ทราบดีเวลานี้อาร์เซนอลขาดแคลนตัวรุกด้านกว้างที่วางใจได้มานาน
อเลกซ์ อิโวบี เล่นได้ดีจริงแต่การผ่านบอลจังหวะสุดท้ายคือโจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่หายเสียที, ธีโอ วัลคอตต์ ยิงประตูได้ มีความเร็ว แต่ล่าสุดกลายเป็นดาวรุ่งตลอดกาลไปเสียแล้วเมื่อโบกมือลาไปอยู่กับเอฟเวอร์ตัน, แดนนี เวลเบ็ค อาจมีดีตรงที่โผล่มายิงประตูสำคัญๆ ให้ทีม แต่ปัญหาใหญ่ของอดีตแข้งปีศาจแดงคือการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมนั้นแทบจะนับครั้งได้ ส่วน อารอน แรมซีย์ แม้เคยโดนโยกมาเล่นในตำแหน่งตัวรุกด้านขวาและทำได้ดี แต่กองกลางทีมชาติเวลส์เคยออกมาบอกแล้วว่าไม่ใช่ตำแหน่งที่ตัวเองปรารถนาจะลงเล่น
ขณะที่อดีตเพลย์เมกเกอร์เสือเหลือง จุดเด่นที่สร้างชื่อขึ้นมาตั้งแต่สมัยแจ้งเกิดในยูเครนกับชัคตาร์ โดเนตส์ คือลงเล่นได้หลายตำแหน่งตัวรุกหลังศูนย์หน้า โดยเฉพาะการถ่างออกไปเล่นด้านกว้างที่ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกินตัวหรือผ่านบอลเพื่อสร้างโอกาสให้ทีมได้เปรียบ และหลักฐานก็ปรากฏให้เห็นมาแล้วว่าไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงหากอยู่ในฟอร์มและความมั่นใจที่เคยมี
ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่บรรดากูรูหลายสำนักของเมืองผู้ดีจะเห็นตรงกันว่า มคิทาร์ยาน น่าจะเข้ากับรูปแบบของเวนเกอร์ มากกว่า มูรินโญ นายเก่า แถมบางส่วนยังมองไกลถึงขั้นที่อนาคตแดนกลางปืนโตอาจต้องฝากไว้กับดาวเตะอาร์เมเนียก็ได้ หาก โอซิล เลือกทางเดินเดียวกับ อเลกซิส
การย้ายสลับขั้วครั้งนี้บรรดากูรูลูกหนังมองว่าทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล ต่างได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย อเลกซิส ได้เปลี่ยนต้นสังกัดใหม่อย่างที่ต้องการ ส่วน มคิทาร์ยาน ก็เหมือนได้กลับมาเกิดใหม่ แต่จุดหนึ่งที่น่าขบคิดก็คือเกิดดีลนี้ผลลัพธ์ในสนามดันบ่งบอกว่ามันไม่คุ้มค่าขึ้นมา ระหว่าง “ปีศาจแดง” กับ “ปืนใหญ่” ใครจะเสียหายมากกว่ากัน



