ข่าว

"อัศวิน"นำทีมกทม.แถลงแผนพัฒนา 1 ปี

"อัศวิน"นำทีมกทม.แถลงแผนพัฒนา 1 ปี

22 ม.ค. 2561

"อัศวิน"นำทีมกทม.แถลงแผนพัฒนา 1 ปี ลั่นไม่รู้อยู่ได้นานแค่ไหน แต่จะทำให้ดีที่สุด ประเมินผลงานตนเองให้ 50 คะแนน

            22 ม.ค. 61ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จัดแถลงข่าวแผนการพัฒนา กทม. ประจำปี 2561 ภายใต้นโยบาย "ทำจริง เห็นผลจริง" โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. สมาชิกสภากทม. (ส.ก.) คณะผู้บริหาร กทม. รวมถึงสื่อมวลชนร่วมรับฟังกว่า 100 คน  

            โดยพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. ดำเนินการหลายอย่าง มีการเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ร้องทุกข์ออนไลน์เพื่อ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที รวมถึงได้เร่งรัดปัญหาที่คั่งค้างมายาวนาน อาทิ อาคาร 37 ชั้นหรืออาคารธานีนพรัตน์ โรงฆ่าสัตว์กทม.หนองแขม แฟลตที่พักอาศัยอ่อนนุชและหนองแขม และอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์บางซื่อ เป็นต้น โดยในปี 2561 กรอบการขับเคลื่อนกทม.ต้องเปลี่ยนไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนากทม.ระยะ 20 ปี ระยะที่ 1-2                รวมถึงให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน จึงกำหนดเป็นวาระการพัฒนากทม.ประจำปี 2561 มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี พร้อมกับเดินหน้านโยบาย NOW อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน คือ 100 วัน 200 วัน 300 วันและ 1 ปี เพื่อการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง ซึ่งจะบรรลุเป้าหมายได้ขึ้นอยู่กับทุกคน ในฐานะที่เป็นเจ้าของกทม.และประเทศ จำเป็นต้องมีส่วนร่วม เป็นสิ่งสำคัญที่ค้องตระหนักเพื่อให้การพัฒนากทม.เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เหมือนใช้กรอบกำหนดเวลามาผูกคอตนเอง ให้ดำเนินการตามกรอบเวลากำหนด 

          พล.ต.อ.อัศวิน แถลงว่า สำหรับ โครงการที่จะดำเนินให้แล้วเสร็จภายใน 100 วัน ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานฯ กทม.และ 50 สำนักงานเขต เพื่อรักษาสภาพความสะอาดเรียบร้อยและความสวยงามของคูคลอง ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  2. ปลูกป่าชายเลนบางขุนเทียน 120 ไร่ รวมไม่น้อยกว่า 360 ไร่ใน 1 ปีภายใต้โครงการปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา

          3. โครงการนัดหมอล่วงหน้ารักษาเร็วขึ้น นัดหมายผ่านศูนย์ BFC โรงพยาบาลสังกัดกทม. ลดเวลาการรอรอคอยก่อนพบแพทย์ 4.โครงการกทม.เคลื่อนที่สู่ชุมชน เป็นการนำบริการด้านต่างๆ สู่ชุมชน ทั้งการแพทย์ ทะเบียนราษฎร สัตว์เลี้ยง สิ่งแวดล้อมและการฝึกอาชีพ 5. โครงการก่อสร้างอาคารสนับสนุนรองรับการขยายขนาดโรงพยาบาลในสังกัด 5 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านการแพทย์กทม.

         6.โครงการ Water Bank (วอเตอร์ แบงก์) ธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อพักน้ำยามฝนตกบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม 10 จุด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบแนวทางให้กทม.ดำเนินการ หลังเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ระยะแรกนำร่อง 5 แห่ง อาทิ ถนนสุทธิพร เขตดินแดง ในพื้นที่ 100 ตารางวา (ตร.ว) อยู่่ระหว่างหาคู่สัญญาในเวลา 100 วัน 7.โครงการแก้มลิงเก็บน้ำตามศาสตร์พระราชา เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง 5 จุด ช่วยกักเก็บน้ำได้ 141,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 8.โครงการก่อสร้างงานดันท่อลอด (Pipe Jacking) เพิ่มท่อระบายน้ำ 10 เส้นทาง 

          9.เปิดศูนย์สร้างสุข 9 วัย สร้างกิจกรรมหลากหลายดูแลคนทุกวัย ระยะแรกนำร่อง 100 ศูนย์ 10. มอบเครื่องช่วยฟัง 600 ชุด และบริการทันตกรรมฟรีให้ผู้สูงอายุ 11.สร้างถนนสายอัตลักษณ์ ด้วยพันธุ์ไม้บนถนนสายหลัก 9 สาย 12. เปิดสวนบึงลำไผ่ สวนสาธารณะแห่งใหม่ย่านมีนบุรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว 30 ไร่ 13.โครงการทิ้งเป็นที่...เก็บเป็นเวลา ทั้งบนบกและริมน้ำครบทุกพื้นที่ 855 จุด ลดปัญหาขยะค้าง

         14.พัฒนาพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของชุมชน 50 จุด 50 เขต กับโครงการเปลี่ยนพื้นที่เปลี่ยวเป็นพื้นที่โปร่ง 15.โครงการกทม.เมืองสว่าง ไฟติดทุกดวงในสวนสาธารณะ สะพาน ถนน ตรอก และซอย 6,065 จุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน16. โครงการสคูลเซฟตี้...เซฟตี้โซน (School Zone...Safety Zone) จัดเทศกิจหน้าโรงเรียนเพื่อความปลอดภัย 17.โครงการเด็กมัธยมศึกษาของกทม. เพื่อให้มีทางเลือกสู่สายอาชีพ และ 18. เริ่มโครงการเพิ่มสถานีดับเพลิงย่อย 5 สถานี ได้แก่ ดอนเมือง พหลโยธิน  ร่มเกล้า ลาดพร้าว และประเวศ 

         ส่วนโครงการต้องดำเนินการระยะเวลา 200 วัน กทม.จะเน้นการพัฒนาการศึกษาโรงเรียนสังกัดกทม.และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในสังกัด ได้แก่ 1. ให้ทุนนักเรียน 100 คน เรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลีย 2.เพิ่มห้องเรียนไทย-อังกฤษ จาก 46 โรงเรียน เป็น 52 โรงเรียน และห้องเรียนไทย-จีน 14 โรงเรียน 3.เดินหน้าโครงการเด็กหลังห้อง (No one left behind) ดูแลกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้แก่เด็ก                   4.สร้างครูหัวใจกทม.โดยการจัดสรรทุนเรียนครูปีละ 100 เป็นเวลา 5 ปีแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูในสังกัด 5.จัดสรรโครงการโควตานักเรียนแพทย์และนักเรียนพยาบาล 6. นักเรียน กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน ได้รับการฝึกทักษะภาษาอังกฤษสำหรับชีวิตประจำวันในชั้นเรียน 7.หน้าโรงเรียนปลอดภัยด้วยเครื่องหมายจราจรกับโครงการสคูลเซฟตี้...เซฟตี้โซน 8.เริ่มก่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้ง 5 จุด 9.เริ่มก่อสร้างแก้มลิงเก็บน้ำตามศาสตร์พระราชา ทั้ง 5 จุด

         10. ก่อสร้างงานดันท่อลอดให้แล้วเสร็จ 2 เส้นทาง คือ  นราธิวาสราชนครินทร์ 17-สวนพลู และทรงสวัสดิ์-เยาวราช-เจริญกรุง 11. เปิดศูนย์สร้างสุขทุกวัยเพิ่ม 32 ศูนย์ รวม 41 ศูนย์  12.ย่านปากคลองตลาดได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ 13.สร้างอัตลักษณ์ถนนด้วยพันธุ์ไม้เพิ่ม 3 เส้นทาง คือ ถนนคุ้มเกล้า ถนนประชาร่วมใจ และถนนมิตรไมตรี             14.เปิดสวนสาธารณะเพิ่ม 2 สวน ได้แก่ สวนเพชรเกษม 69 เขตบางแค และสวนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 7 รอบพระชนมพรรษา เขตบางบอน และ 15.โครงการ QR Payment ให้ชำระภาษีและค่าธรรมเนียมผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) กับ 9 ธนาคาร โดยจะทยอยเดินหน้าโครงการที่ดำเนินอยู่ให้แล้วเสร็จตามกำหนด

          ส่วนระยะ 300 วัน 1.เปิดศูนย์สร้างสุขทุกวัยเพิ่ม จนครบทั้ง 50 เขต 2.ปรับปรุงภูมิทัศน์แล้วเสร็จเพิ่ม 2 เส้นทาง (เส้นทางไทย-จีน (ถนนเชียงใหม่ตลอดสาย) และถนนสุขุมวิท ช่วงสุขุมวิท 65 ถึง สถานีรถไฟฟ้าบางจาก) 3.สร้างอัตลักษณ์ถนนด้วยพันธุ์ไม้เพิ่ม 5 เส้นทาง คือ ถนนศาลาธรรมสพน์ ถนนฉิมพลี ถนนสามวา ถนนกาญจนาภิเษกตัดสาย 2 และถนนอนามัยงามเจริญ (ตั้งแต่ถนนเลียบด่วนถึงถนนอนามัยงามเจริญ) และดำเนินโครงการถนนสายอัตลักษณ์ด้วยพันธุ์ไม้ 9 สายหลักให้ครบทั้งหมด 9 สาย 4.เปิดสวนสาธารณะเพิ่ม 1 สวน ได้แก่ สวนสาธารณะใต้ทางต่างระดับ ถนนกาญจนาภิเษก–ตัดพรานนก– พุทธมณฑลสาย 4 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว 20 ไร่ รวมพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มทั้งหมด 220 ไร่ 5.โครงการบริการทันใจ นัดหมายทันเวลา โดยให้จองคิวงานด้านทะเบียน และการขออนุญาตของทุกสำนักงานเขตผ่านระบบออนไลน์ 

          นอกจากนี้ ภายใน 1 ปีนับจากนี้โครงการที่เริ่มต้นจะเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1.ผลิตและพัฒนาช่าง 2 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างก่อสร้างในชุมชน และช่างประจำบ้าน กับโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ 2.เพิ่มจำนวนโรงพยาบาลแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ เร่งรัดการก่อสร้างโรงพยาบาลคลองสามวา และเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการ OPD ชั่วคราวของโรงพยาบาลบางนา 3.เพิ่มจำนวนอาสาสมัคร (Care Giver) ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุต่อเนื่องที่บ้าน 1,200 คน

           4.โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน แล้วเสร็จครบทุกจุด 5.แก้มลิงเก็บน้ำตามศาสตร์พระราชา แล้วเสร็จ 4 จุด 6.งานดันท่อลอดแล้วเสร็จและเพิ่ม 6 เส้นทาง คือ ถนนสุขุมวิท 21 (อโศกมนตรี) ซอยสุขุมวิท 31 และซอยสวัสดี ซอนสุขุมวิท 4 (นานาใต้) ถนนสุขุมวิท ช่วงจากซอยสุขุมวิท 107 ถึงคลองบางนา ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) และถนนพหลโยธินบริเวณแยกเกษตรศาสตร์ รวมทั้งหมด 8 เส้นทาง 7.คลองโอ่งอ่างได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ รวมปรับปรุงภูมิทัศน์เสร็จครบ 4 จุด และ 8.สถานีดับเพลิงย่อยเสร็จครบทั้ง 5 สถานี 

         เมื่อตนได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ถ้าคิดดำเนินการสิ่งใดจะต้องทำให้ดี เพื่อประชาชนชนจะได้พึงพอใจ ซึ่งในชีวิตของตนพอแล้วคงไม่ต้องมีอะไรมาเติมเต็ม เพียงแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ไม่รู้ว่าจะเป็นผู้ว่าฯได้ถึงวันไหน พรุ่งนี้อาจจะโดนปลดพ้นตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ก็เป็นได้ ดังนั้นจะอยู่นานเท่าใดไม่ทราบได้ แต่รู้ว่าวันนี้จะทำให้ดีที่สุด และเมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้วอาจไม่ได้ชมแต่อาจจะคิดถึงก็ยังดี 

       "ในส่วนการประเมินการทำงานตัวเองที่ระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ถามว่าพอใจหรือไม่ ยังไม่พอใจเต็มที่ หากสอบเทียบคงได้คะแนนคาบเส้น 50 คะแนนพอดี เพราะมีเรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ ตามใจมี่ผมหวังอยู่หลายเรื่อง และผมอยากจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ จึงเปิดช่องทางสื่อสารออนไลน์โดยตรงต่อผู้ว่าฯอัศวิน เปิดรับฟังสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ให้ช่วยกันเพื่อตอบสนองตามความต้องการของประชาชน ดังนั้น ผมจะทำให้เร็วที่สุด ตามที่ได้กำหนดเวลาไว้ชัดแล้ว และจะเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว