
สึนามิที่ทำเนียบ
คงไม่มีอะไรมาพลิกผันเป็นอย่างอื่นไปได้แล้ว สำหรับ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่มีกระแสข่าวตลอดวัน-คืน พุธที่ 30 กันยายน ว่าเตรียมลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ถึงแม้ว่า จะมีความพยายามล็อบบี้ให้อยู่ในตำแหน่ง เพื่อทำงานต่อ ก็คงเป็นไปได้ยาก เมื่อความอึดอัดคับข้องมาถึงขีดสุด
แม้กระทั่ง สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาลก็ยอมรับว่า นิพนธ์ ตัดสินใจเช่นนั้น
แต่สิ่งที่นำไปสู่การตัดสินใจนี่สิ ยังคงคลุมเครือว่าใช่เป็นเพราะ "เงื่อนไขพิเศษ" กับ การตัดสินใจ ตั้งรักษาการ ผบ.ตร. (ยาวๆ) เป็นนายตำรวจที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สนับสนุนแต่แรก หรือไม่
ตราบใดที่ นิพนธ์ ยังไม่เปิดปาก เปิดใจ เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ตัดสินใจถอยออกไปนอกวงครั้งนี้ ก็ยังคงมีแต่เพียงการคาดเดาว่าเพราะเรื่องนั้น เรื่องนี้
แตกต่างจากการตัดสินใจตั้ง รักษาการ ผบ.ตร.ของ นายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ได้รับฉันทานุมัติจาก ผู้อาวุโสทั้ง 4 ของพรรค
การสนับสนุน นายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ตัดสินใจเช่นนี้ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาหลักการ รักษาระบอบ หากแต่เพื่อปกป้อง ขจัดเรื่องราวที่อาจจะแปดเปื้อนในสิ่งที่ นิพนธ์ เชื่อถือ
เมื่อหลักการได้รับการเห็นพ้องจากผู้อาวุโส และพรรคออกมาเช่นนี้ ก็ยากที่จะให้ "ทางออก" แก่นิพนธ์ เป็นไปในรูปแบบอื่น
แล้วก็แน่นอนว่า เมื่อคนระดับ รองหัวหน้าพรรค ตัดสินใจทิ้งเก้าอี้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ย่อมส่งผลกระทบภาพรวมของทั้งรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์
8.0 ริกเตอร์ที่เขย่าทะเลจนเกิดสึนามิกวาดบ้านเรือนชาวบ้านที่ซามัว-ตองกา เป็นอย่างไร ที่ทำเนียบรัฐบาลก็ไม่แน่ว่าจะมีสึนามิด้วยหรือไม่
เพราะถ้าหากเหตุเพราะการตั้งรักษาการ ผบ.ตร. ทำให้นิพนธ์ตัดสินใจ คนที่พูดทำนองเดียวกับนิพนธ์ ก็ยังมี สุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยอีกคน
"อาฟเตอร์ช็อก" มันก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล !
เพราะการตัดสินใจของ นิพนธ์ นั้น เรียกได้ว่า เต็มไปด้วยสปิริต เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ เมื่อสิ่งที่เสนอถูกปฏิเสธด้วย "ระบอบ" และ "หลักการ" ก็ย่อมไม่มีทางเลือกอื่น



