ข่าว

"สมศักดิ์"ชี้ "บิ๊กตู่" จะเป็นตัวตลก สายตาชาวโลก

"สมศักดิ์"ชี้ "บิ๊กตู่" จะเป็นตัวตลก สายตาชาวโลก

21 ม.ค. 2561

"สมศักดิ์" ติง สนช. ร่วมแม่น้ำ5สาย หาก โหวตผ่าน ยืดเวลาเลือกตั้ง กระทบโร้ดแม็ป

 

           21 ม.ค. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เสนอปรับแก้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ว่า ตอนนี้เป็นเพียงเสียงข้างมากของกรรมาธิการ แต่สุดท้ายต้องไปจบที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่า สนช.จะออกมาอย่างไร 

          “สนช.คือหนึ่งในแม่น้ำ5สาย ที่มีคสช. อยู่ด้วยและนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า เชื่อว่าน่าจะมีเจตนารมณ์ที่ตรงกัน นายกรัฐมนตรีวางไว้ว่าจะต้องเป็นไปตามโร้ดแม็ป คือหลังจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้ว 150 วัน คือเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้สัญญาประชาคมไว้แล้ว ซึ่งคนทั้งโลกรู้หมดแล้วว่าประเทศไทยจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในปีนี้ ประชาคมยุโรปจึงได้ผ่อนปรนและปลดล็อคให้ประเทศไทย เพราะเชื่อในภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีและคสช." นายสมศักดิ์ กล่าว 

          นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หาก สนช. ทำสิ่งตรงข้ามกับแม่น้ำ5สาย นายกรัฐมนตรีและประเทศไทยจะเสียหายอย่างไร และที่สำคัญไปกว่านั้นคือนายกรัฐมนตรีประเทศไทยจะกลายเป็นตัวตลก เมื่อสนช. ก็เป็นหนึ่งในแม่น้ำ5สาย ควรทำงานไปในทิศทางเดียวกัน อย่าไปหมิ่นน้ำใจของประชาชน อย่าไปคิดว่าจะทำอะไรกับประชาชนก็ได้ วันนี้ประชาชนตั้งความหวังเอาไว้สูงมาก สะท้อนจากทุกโพลที่ออกมาเห็นว่าประชาชนอยากกลับไปสู่สนามการเลือกตั้งแล้ว

          นายสมศักดิ์ เชื่อว่า เมื่อมีบ้านเมืองเลือกตั้ง ประชาชนจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สามารพึ่งพาอาศัยได้ มีสะพานเชื่อมทอดมีตัวแทนเชื่อมระหว่างพรรคการเมือง นักการเมือง กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่วันนี้ไม่มี ประชาชนเหมือนกำลังว้าเหว่ไม่รู้จะหันไปทางไหน ฉะนั้นการที่นายกฯย้ำตลอดว่า เป็นไปตามโร้ดแม็ป คือพฤศจิกายนปีนี้ก็ทำให้คนมีความหวังและตั้งความหวังไว้สูงมาก แต่สนช. มาออกแบบนี้จะทำให้ยืดเวลาออกไป เป็นการหมิ่นน้ำใจประชาชนว่าจะทำอะไรกับประชาชนก็ได้ซึ่งแบบนี้ถือว่าอันตรายมาก

          นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้สนช. ทุกคนหวนกลับไปมองภาพตัวเองเมื่อวันที่รับตำแหน่งและยืนปฏิญาณตนในสภา ที่กล่าวไว้ว่าจะปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือพันธะไม่ได้กล่าวขึ้นโดยลอยๆหรือเพื่อกล่าวเพื่อเป็นพิธีกรรมเท่านั้น แล้วจะยอมเสียสัตย์ กับตัวเองหรือ จึงฝากให้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยและตนจากรอดูในวันที่ 25 นี้ จะเป็นการวัดใจว่าสนช. เลือกยืนอยู่ข้างไหน ยืนข้างประชาชน แม่น้ำ5สาย หรือข้างกรรมาธิการเสียงข้างมาก

         นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นคำสั่งของคสช. เพื่อหวังสืบทอดอำนาจ นั้น หาก เป็นคำสั่งของคสช. ซึ่งคสช.ก็คือนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเมื่อได้ระบุต่อสังคมโลกแล้วหมายความว่าได้นำเกียรติยศของตัวเองเป็นประกัน แล้วจะให้ตัวเองมาเป็นตัวตลกขาดความเชื่อถือไปอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับว่านายก ล้มละลายทางความเชื่อถือไปเลย ดังนั้นตนจึงไม่เชื่อว่ามีใบสั่งจากคสช. 

          "ที่สำคัญตนต้องการเห็นว่ามาตรา2 ผ่านสภาแล้วจะเขียนออกมาอย่างไร ถ้าเขียนว่าให้มีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน ถ้าแบบนี้ยืดแน่นอน แต่ถ้าเขียนว่าให้บังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วภายใน 90 วัน อันนี้อาจจะไม่ยืดไปถึง 90 วันก็ได้ และยังอยู่ภายในปี 2561 ได้ จึงต้องดูในสาระที่จะมีการตัดสินในมาตรา2อย่างไร จึงจะรู้ว่าจะกระทบถึงโร้ดแม็ปเลือกตั้งหรือไม่" นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า

         ส่วนกรณีที่โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. บอกว่าที่ขยายเวลามีผลบังคับใช้ตามกฎหมายออกไปอีก 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช. ที่ 53 / 2560  ที่กำหนดกระบวนการทางธุรการของพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเริ่มเดือนมี.ค.นี้ รวมทั้งการรีเซ็ตสมาชิกพรรค ของพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว นั้น เชื่อว่าตอนที่ยกร่างเพราะระบอประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องรู้อยู่แล้วเพราะคสช. อยู่ในสนช.ก็มี เชื่อว่ากรรมาธิการก็มีอยู่ในคสช. และปรึกษาหารือกันก่อนยกร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมา ดังนั้นต้องคิดและคำนึงรอบด้านแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง

         นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อีกประเด็นหนึ่งที่ตนกำลังวิตกว่าจะถูกนำไปตีความหรือไม่ กรณีที่รัฐธรรมนูญเขียนว่าเมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งคำว่าเสร็จแล้วนั้นเสร็จแค่ไหน กรณีที่กรรมาธิการส่งมาให้สนช. เมื่อลงมติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาถือว่าเสร็จแล้วใช่หรือไม่ หรือเมื่อเขียนเงื่อนไขไปอีก 90 วันก็ต้องมาตีความกันอีกว่าคืออะไรกันแน่ เมื่อดิ้นได้อย่างนี้ก็อาจจะเป็นปมประเด็น จึงฝากไว้เป็นข้อสังเกตให้นำไปคิดว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้จะทำอย่างไร