ข่าว

อภิสิทธิ์ยันวันจันทร์ชัดเจนนิพนธ์ลาออก

อภิสิทธิ์ยันวันจันทร์ชัดเจนนิพนธ์ลาออก

02 ต.ค. 2552

“มาร์ค” ปัดยังไม่เห็นหนังสือลาออกของ “ปิยะพันธ์ ” ส่วนเรื่องนิพนธ์ลาออกบอกทุกอย่างชัดเจนในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค.นี้ ยืนกระต่านขาเดียวทุกอย่างที่ทำเพื่อส่วนรวม ไม่สนถูกบีบ จวกมีคนชอบให้ข่าวส่งสัญญาณหยุดได้แล้ว "ธานี"ดอดพบมาร์คด้วย

 (2ต.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนาย ปิยะพันธ์ นิมมานเหมินท์ อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะกรรมการก.ต.ช. ลาออกว่า “ ไม่ทราบเลยครับ ยังไม่เห็นยื่นหนังสือมาเลย ” ส่วนหากมีการลาออกจริงจะเป็นการสะท้อนภาพให้เห็นถึงปัญหาหรือไม่นั้น นายกฯยังคงปฏิเสธว่าไม่ทราบเลยว่าจะมีการลาออกหรือไม่ลาออก แต่ มีคนขยันให้ข่าวเรื่องตำรวจตลอด

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนเรื่องการลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ของนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ วันจันทร์ชัดเจนครับ ” เมื่อถามว่าติดต่อนายนิพนธ์ได้เเล้วหรือไม่ นายกฯยืนยันในคำตอบเดิมว่า วันที่ 5 ต.ค.จะชัดเจน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องเลขาธิการนายกฯ คนใหม่ หรือเรื่องการลาออกของ นายนิพนธ์ นายอภิสิทธิ์ ตอบเหมือนเดิมคือวันจันทร์ชัดเจน

 เมื่อถามว่าในส่วนของ ก.ต.ช.ยังไม่มีความชัดเจนและยังมีข่าวลือว่ากรรมการ ก.ต.ช.ทยอยลาออกเป็นระยะปัญหาจะจบได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ก็มีคนขยันให้ข่าวเรื่องตำรวจ ” เมื่อถามว่าจำเป็นต้องรีบเรียกประชุมก.ต.ช.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพยายามสื่อสารไปยังคนขยันให้ข่าวแล้วว่าหยุดให้ข่าวเถอะ ผู้สื่อข่าวถามว่าสัญญานที่ส่งเตือนไปยังผู้ที่ชอบปล่อยข่าวมีการตอบรับสัญญานดังกล่าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะสัญยานของตนเพิ่งส่งออกไป

 เมื่อถามว่าตกลงคนที่ปล่อยข่าวเป็นฝ่ายไหนการเมืองหรือข้าราชการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบแบบยอกย้อนว่า “ เป็นฝ่ายที่ชอบให้ข่าว ” เมื่อถามว่าเป็นพวกเดียวกับนายกฯ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นพวกใคร เมื่อถามว่าฝ่ายที่ชอบให้ข่าวก็อยู่ข้างๆตัวนายกฯจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ครับ แต่ไม่ใช่คนนั้น

 เมื่อถามว่าคนที่ชอบปล่อยข่าวหรือบุคคลที่มีความเห็นต่างจากนายกฯ นั้น น่าจะได้รับสัญญานพิเศษมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ต้องไปถามเขาไปเดาใจเขาไม่ได้ รู้แต่ว่าข่าวขยันเหลือเกิน " ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกหรือไม่ว่านายกฯเป็นผู้นำรัฐบาล เเต่กำลังถูกบีบและบี้อยู่คนเดียวจากปัญหาการแต่งตั้งผบ.ตร. นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและตนก็รับผิดชอบในสิ่งที่ตนตัดสินใจ

 เมื่อถามว่าคิดว่าจะสามารถทนแรงเสียดทานได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะการตัดสินใจของตนมีเหตุผลในเรื่องของส่วนรวมเป็นที่รองรับและก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นตนก็เดินตามแนวทางดังกล่าว เมื่อถามว่าปัญหาที่มีอยู่ทำไมไม่รีบดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อยุติ นายกฯกล่าวว่า ก็เพราะความเห็นมันแตกต่างกัน ตนก็เพียงแต่บอกว่าถ้ามีแรงกดดันอะไรต่างๆ สิ่งที่ทำให้ตนยังเดินหน้าทำงานด้วยความตั้งใจได้ ก็เพราะยังมีความเห็นและข้อมูลที่เชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังดำเนินการอยู่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับส่วนรวม

 "แต่ผมก็เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และพยายามที่จะบริหารจัดการเรื่องนี้ไม่ให้เป็นความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลายออกไป ที่จริงการประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่แล้วที่เห็นพ้องกันให้เลื่อนการประชุมออกไป ก็พูดในที่ประชุมชัดเจนว่าเรื่องของการจะไปเคลื่อนไหวในลักษณะหนึ่ง ลักษณะใดขอให้ยุติ ขณะเดียวกันการไปข่าวต่างๆซึ่งไม่เป็นผลดีก็ขออย่าทำ แต่บังเอิญไปห้ามทุกคนไม่ได้ "นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าในที่สุดเชื่อว่าตำแหน่งผบ.ตร.จะสามารถคลี่คลายได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องไปในทางที่ดี จะเป็นทางใดทางหนึ่งก็ต้องมีเหตุผลยอมรับ เมื่อถามว่าทำไมสถาบันตำรวจจึงมีคลื่นใต้น้ำเยอะ นายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้สถาบันตำรวจก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแทรกแซงทางการเมืองมาพอสมควรทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ง่าย ระบบราชการทั้งหมดพอเจอปัญหาการแทรกแซงต่อเนื่องมาจากด้านใดด้านหนึ่ง พอมีคนจะเข้ามาแก้ก็อยู่ในฐานะลำบากใจ ไปชดเชยให้กับคนที่เสียเปรียบในช่วงก่อนก็จะถูกหาว่าทำแบบเดียวกัน ไม่ชดเชยก็เหมือนไม่มีความเป็นธรรมก็พยายามหาความพอดี

 เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงระบบของราชการประจำ นายกฯ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าเมื่อเข้ามาก็จะดูแลให้ความเป็นธรรมและพยายามให้โอกาสกับทุกคนในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จ เพราะฉะนั้นยังไม่มีเลย ตนอยู่มา 9 เดือน ที่ไปบอกว่านายกฯ บอกต้องไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ ตนบอกแต่เพียงว่าให้งานสำเร็จแต่ตัวคุณสมบัติของบุคคลที่เป็นอำนาจหน้าที่ของตนที่จะพิจารณาก็เป็นอำนาจของตน ตนก็ทำอยู่ในกรอบ ก็เป็นระบบสากลที่ถูกต้อง ถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน ตนก็ไม่ไปยุ่ง แต่ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของตน ตนก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ

 "ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าแต่ละกระทรวงพยายามตั้งคนให้สนองความต้องการของผมนั้น ก็ไม่เป็นเรื่องจริง ในส่วนของผมไม่มีแน่นอน ในส่วนของกระทรวงต่างๆโดยหลักการทำงานก็ต้องให้เกียรติเจ้ากระทรวง แต่เวลาที่มีการทักท้วงก็มีการนำเอาข้อมูลมาพิจารณา ชี้แจงปรับความเข้าใจกันในส่วนที่ทำได้ แต่ยอมรับว่าไม่สมบูรณ์แต่ก็ให้นโยบายไปแล้วว่าต้องให้ความเป็นธรรม "นายกรัฐมนตรีระบุ


 เมื่อถามว่า ในส่วนของปลัดสำนักนายกฯ ที่ยังไม่มีการแต่งตั้ง เเต่ให้มีการรักษาการปลัดสำนักนายกฯเหมือนรักษาการผบ.ตร. นายกฯกล่าวว่า เพราะยังมีประเด็นท้วงติงอยู่ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกำลังดูแลแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดการลงตัว ในส่วนของงานเดินหน้าต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจริงหรือไม่ที่นายกฯปล่อยให้เวลาแก้ปัญหาของตัวเอง นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเวลาอย่างเดียว ไม่ใช่ตนจะอยู่เฉยๆนั่งดูนาฬิกาอย่างเดียวก็มีการดำเนินการมา แต่ต้องการที่จะให้มีความลงตัวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเอกภาพ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่พบกับพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ก็ย้ำว่าในส่วนของตัวองค์กรต้องพยายามทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ ลบภาพลบทั้งหลายออกให้ได้ และเร่งสร้างผลงานในเรื่องที่ประชาชนคาดหวัง เช่นเรื่องยาเสพติด ตู้ม้า และปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความชัดเจน

 เมื่อถามว่าจะเสนอให้มีการแก้กฎหมายตำรวจโดยเฉพาะ ก.ต.ช.โดยไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ใจของผม ผบ.ตร.ท่านใหม่หรืออาจะเป็นท่านต่อจากนั้น เพราะส่วนใหญ่ก็จะเกษียณในปีหน้าจะต้องทำแผนในเรื่องของการปรับโครงสร้างขององค์กรอีกครั้ง ซึ่งเวลานี้การเมืองต้องการจะแก้ปัญหาการเข้าไปแทรกแซงในทางที่ไม่ถูกต้องและการปรับโครงสร้างผมตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จทันในรัฐบาลนี้หรือเปล่า เพราะต้องใช้เวลาพอสมควร แม้แต่สภาที่ไม่มีสภา ไม่มีฝ่ายค้านก็ยังทำไม่สำเร็จเลยผมก็รู้ไม่ใช่เรื่องง่าย ”

 เมื่อถามว่าการปรับโครงสร้างใหม่จะให้พล.ต.อ.ปทีปดำเนินการหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยัง เนื่องจากพล.ต.อ.ปทีปยังเป็นแค่รักษาการผบ.ตร. ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้ความมั่นใจในการทำงานกับพล.ต.อ.ปทีปอย่างไรบ้าง เพราะเจอทั้งปัญหาในสตช.และภายนอกกดดัน นายกฯกล่าวว่า ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องก็ต้องเดินหน้าให้ได้ เมื่อถามว่าแต่ยังมีปัญหาในแง่ข้อกฎหมายที่ตำแหน่ง รักษาการผบ.ตร.ไม่สามารถเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) จะเป็นผู้พิจารณา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา15.00น.พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรักษาการผบ.ตร.เข้าพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นเวลา45นาทีเเละเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์เเต่อย่างใด