
แถลงโจ๋ 18 มอบตัวคดียิงอริ-ออกหมายเรียกคนทำร้ายนักข่าว
ตร.แถลงโจ๋ 18 มอบตัวคดียิงนักเรียน-ตร.ระบุหากพบใครมีส่วนร่วมต้องถูกดำเนินคดี พร้อมออกหมายเรียกคนทำร้ายนักข่าวแล้ว
จากกรณี เมื่อค่ำวันที่ 17 ม.ค.2561 มีกลุ่มนักเรียนต่างสถาบันก่อเหตุไล่ตีกันกลางถนน บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันก่อนถึงซอยสำนักงานเขตบางแค ถนนกาญจนาภิเษก มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 นัด เสียชีวิต
ล่าสุด ที่ กก.สส.บก.น.9 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ม.ค.2561 นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ จ.46/2561 ลงวันที่ 19 ม.ค. 2561 ในข้อหา“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนอันสมควรแก่พฤติการณ์ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน” เดินทางเข้ามอบตัวกับทาง พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พร้อม พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม และตำรวจ กก.สส.บก.น.9 ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ จ.ภูเก็ต เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีที่ สน.เพชรเกษม
ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ สน.เพชรเกษม พ.ต.อ.พงษ์อานันท์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น 9 พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม นำของกลางหมวกกันน็อคสีดำ 1 ใบ เสื้อช็อป 1 ตัว เสื้อยืดสีขาว 1 ตัว รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ อันเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ว่าหลังจากเกิดเหตุทางตำรวจ กก.สส.บก.น. 9 และ ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้ลงพื้นที่หาข้อมูล พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งทราบตัวบุคคลที่ลงมือยิงผู้ตาย จากนั้นเร่งติดตามทำการเรียกญาติทางผู้ต้องหามาสอบปากคำจนพบเบาะแสว่า นายกอได้หลบหนีไปบ้านของบิดา ที่จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ ไปตรวจสอบ ก่อนทางเจ้าตัวประสานขอเข้ามอบตัวดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเรียน ปวช.ชั้นปี 1 สถาบันอาชีวะ ย่านบางบอน ต่อมาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับสถาบันคู่อริ ในจ.สมุทรสาคร แล้วลงมือใช้อาวุธฟันจนฝ่ายตรงข้ามได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนหลังตกลงกันได้ไม่ดำเนินคดี และด้วยเหตุนี้จึงขอทางครอบครัวไม่เรียนต่อ แต่ทว่าหลังจากลาออกจากสถาบันดังกล่าวแล้ว โดยมีความเชื่อ ความรักสถาบัน ต้องลงมือทำร้ายสถาบันคู่อริเสมอ ซึ่งเจ้าตัวออกมาเช่าห้องพักอยู่เพียงคนเดียว และยังคงวนเวียนอยู่ในกลุ่มรุ่นพี่ และเพื่อนร่วมสถาบัน มาตลอด กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนปากกาที่ทำขึ้นกันเองในกลุ่มนักศึกษา ซึ่งหลังก่อเหตุยังวนเวียนอยู่ระแวกห้องพักกระทั่งทราบว่า ทางตำรวจพอทราบเบาะแส จึงหลบหนีไปที่บ้านบิดา ก่อนมามอบตัวดังกล่าว เพราะกลับใจได้เป็นรู้ว่าเป็นค่านิยมที่ผิดไม่อยากให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จากนั้นนำตัวฝากขังศาลอาญาธนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.พงษ์อานันท์ คล้ายคลึง กล่าวว่า ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เน้นย้ำ ว่าสถานศึกษา ต้องปฏิบัติในทางที่ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เรียกประชุมผู้บริหารทุกสถาบันที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงว่าให้สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง อย่าสร้างค่านิยมที่ผิด และต้องให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ ใครผิดต้องว่าไปตามผิด ส่วนผู้ปกครอง พ่อแม่ไม่ควบคุมบุตรหลาน ตำรวจพิจารณา เอาผิดฐานปล่อยปละละเลย อีกด้วยส่วนผู้ร่วมกระทำผิดมีมากกว่าหนึ่งรายพนักงานสอบสวนเราไม่หยุดเท่านี้ หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด จะแจ้งข้อหาดำเนินคดี ต่อไปตำรวจทำจริง เพราะเป็นการกระทำที่ประชาชนทั่วไปเดือดร้อน ใครที่รู้ตัวว่าเกี่ยวข้องให้มาพบตำรวจได้ มาให้ความร่วมมือกับตำรวจ ส่วนกรณีนักข่าวที่ถูกทำร้ายร่างกาย ก็เป็นการทำหน้าที่ของสื่อ ส่วนญาติก็กำลังเสียใจ ทางตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ทำร้ายนักข่าวมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว



