ข่าว

กกต.ขู่ประชัยเบี้ยวนัดคดีเงินบริจาค258ล้านโทษอาญา

กกต.ขู่ประชัยเบี้ยวนัดคดีเงินบริจาค258ล้านโทษอาญา

02 ต.ค. 2552

“ประพันธ์ ”ขู่ "ประชัย" ไม่มาตามนัดต้นเดือนต.ค.นี้ อาจต้องใช้อำนาจนายทะเบียนเรียกสอบ หากเบี้ยวอีกมีโทษอาญา ฐานขัดหมายเรียก ระบุ เป็นคนต้นเรื่อง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต .) - เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต . ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ประชุมกกต . มีมติขยายเวลาสอบออกไปอีก 30 วัน ให้กับคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีสำนวนเงินบริจาค 258ล้านบาท ว่า คณะกรรมการไต่สวนยังคงรอให้นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานบริหารบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) มาให้ปากคำ เพราะถือเป็นบุคคลสำคัญในกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นต้นเรื่องทั้งหมด

เบื้องต้นนายประชัยได้ทำหนังสือขอเลื่อนการเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการไต่สวนไปเป็นเดือนพ.ย. แต่ทางคณะกรรมการให้โอกาสเข้ามาชี้แจงภายในต้นเดือนต.ค.เท่านั้น ซึ่งถ้านายประชัยยังไม่มาชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด ทางคณะอนุกรรมการไต่สวนก็สามารถให้นายทะเบียนพรรคการเมืองออกหนังสือเชิญอีกครั้ง ซึ่งหากยังไม่มาตามที่กำหนดอีก นายประชัยก็จะมีความผิด ซึ่งอำนาจนี้กกต .ไม่เคยใช้กับใครมาก่อน เพราะที่ผ่านมาแค่เราติดต่อขอความร่วมมือพยานไป ก็จะได้รับความร่วมมือด้วยดีมาตลอด

 “ หากนายประชัยยังไม่ยอมติดต่อมาให้ปากคำภายในต้นเดือนต.ค.นี้ และคณะอนุกรรมการไต่สวนฯยังยืนยันว่าจำเป็นต้องสอบปากคำนายประชัยให้ได้ กกต.ก็สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 7 ที่ระบุว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนตามพ.ร.บ.นี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้คำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือตรวจสอบได้ ในส่วนที่กกต.เห็นว่ามีการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดทางอาญาคือเป็นการขัดหมายเรียก ” นายประพันธ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ดีเอสไอมีการเปลี่ยนตัวอธิบดีคนใหม่จากพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นนายฐาริต เพ็งดิษฐ์ แล้วจะมีผลกระทบต่อการทำคดีนี้หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า คงไม่มีผลกระทบกับคดี เพราะกกต. สอบสวนตามอำนาจพ.ร.บ . พรรคการเมือง ส่วนทางดีเอสไอ ก็ดำเนินการตรวจสอบตามพ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นเชื่อว่าการทำงานจะไม่กระทบซึ่งกันและกัน แม้ทั้งสองหน่วยงานจะสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องเดียวกันก็ตาม

 เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่มีการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เป็นเพราะว่า ต้องการให้มาดูคดีนี้ นายประพันธ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนไม่รู้จักกับนายฐาริตเป็นการส่วนตัว แต่ก็เชื่อว่าท่านคงไม่เข้ามาล้วงลูก หรือแทรกแซงการทำงาน ท่านมาทำงานตามหน้าที่ อีกทั้งการทำงานของทางดีเอสไอกับกกต. ก็ใช้กฎหมายแยกจากกันชัดเจน

 ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต . กล่าวถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวอธิบดี ดีเอสไอว่า การเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในครั้งนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเมือง และมั่นใจว่าจะไม่มีผลต่อการทำคดีในส่วนของ กกต.