กรธ.ชี้ขยายเวลาเลือกตั้งต้องดูเจตนารมณ์ รธน.
"นรชิต" ชี้ทอดเวลาใช้ กฎหมายทำได้ แต่ ร่างพ.ร.ป.ส.ส. ต้องดูเจตนาเลือกตั้ง ที่รธน.กำหนด
18 มกราคม 61-"นรชิต" ชี้ทอดเวลาใช้ กฎหมายทำได้ แต่ ร่างพ.ร.ป.ส.ส. ต้องดูเจตนาเลือกตั้ง ที่ รธน.กำหนด
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมเสนอคำแปรญัตติให้ขยายเวลาการบังคับใช้ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไป 90 วันนับจากวันที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากเดิมที่ร่าง พ.ร.ป. กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันถัดไป ให้ กมธ.วิสามัญ พิจารณา ว่า ตนขอให้ความเห็นฐานะกรรมการกฤษฎีกาว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างกฎหมายที่ผ่านมาเคยมีการกำหนดให้มีผลบังคับใช้ ในระยะเวลาหนึ่งหลังจากที่ลงประกาศราชกิจจานุเบกษา เช่น 90 วัน 180 วัน เป็นต้น ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก โดยสำคัญที่ต้องกำหนดระยะเวลาให้มีผลบังคับใช้นั้น เพื่อไม่ให้ผู้ที่เกี่ยววข้องได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันเพื่อให้หน่วยงานราชการได้เตรียมความพร้อม ส่วนกรณีที่ สนช. อาจจะพิจารณาตามคำขอแปรญัตตินั้นส่วนตัวไม่สามารถให้ความเห็นได้
นายนรชิต กล่าวด้วยว่าในหลักการของรัฐธรรมนูญที่กำหนดเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหลังจากที่ พ.ร.ป. จำนวน 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ คือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.), ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. แล้วให้จัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งกรณีดังกล่าวหากร่าง พ.ร.ป.ฉบับใดเขียนให้มีผลบังคับใช้แบบมีระยะเวลาอาจทำให้เวลา 150 วันตามรัฐธรรมนูญต้องบวกเพิ่มไปตามระยะเวลาที่ให้ ร่างพ.ร.ป. มีผลบังคับใช้ด้วย ดังนั้นประเด็นที่อาจเกิดขึ้นควรพิจารณาในแง่ตอบโจทย์ของเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ต่อผลกระทบทางด้านการเมืองหากสนช.เลือกแนวทางดังกล่าว นายนรชิต ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ระบุว่าตนไม่ใช่นักการเมือง ไม่สามารถให้ความเห็นได้.



