
นายกฯเป็นสักขีพยาน มอบสมุดประจำตัวผู้ยากไร้
"นายกฯ"เป็นสักขีพยาน มอบสมุดประจำตัวผู้ให้ผู้ยากไร้ ได้มีที่ดินทำกินในชุมชน ภายใต้ คทช.ที่จ.แม่ฮ่องสอสน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ,พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกฤษาบุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน โครงการจัดที่ทำกินให้ชุมชน ภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้มอบที่ห้องประชุมโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพรรณวดีตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ทั้งหมด 7 ล้าน 9 แสนไร่ เป็นพื้นที่ป่าประมาณ 7 ล้านไร่ นับเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรป่าไม้มากที่สุดในประเทศไทย มีประชากรกว่า 270,000 คน จากประชากรทั้งหมด ร้อยละ 67 จำนวน 377 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 415 หมู่บ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทำให้มีปัญหาไม่มีสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน ส่งผลให้ราษฎรมีรายได้ต่ำสุดในประเทศไทย โดยมีครัวเรือนตกเกณฑ์รายได้จป.ต่ำกว่า 38,000 บาทต่อปีต่อครัวเรือน จำนวน 2,080 ครัวเรือนมีผู้ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 75,751 คน( 12 ม.ค.2561 )
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายทำโครงการจัดที่ทำกินให้ชุมชนหรือป.ป.ช เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนด้านที่อยู่อาศัย และที่ทำกินตลอดจน เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนปี 2560 จังหวัดแม่ฮ่องสอนดำเนินโครงการสำรวจตรวจสอบแปลงที่ดินและผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าแม่ปายฝั่งซ้ายจำนวน 2191 แปลงจาก 11 หมู่บ้าน 4 ตำบลราษฎรจำนวน 1600 10 คน โครงการ คสช.ให้สิทธิ์แก่ผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินตั้งแต่ก่อนปี 2541 เป็นระยะเวลา 30 ปีโดยเสียค่าธรรมเนียมภาษีที่ดินไร่ละ 25 บาทต่อ 30 ปีโดยไม่สามารถขายสิทธิ์ได้ แต่ถ่ายโอนให้ทายาทได้ ส่วนผู้ที่มาครอบครองสิทธิ์ที่ดินหลังปี 2541ต้องปลูกไม้ยืนต้นไร่ละ 40 ต้น
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริบ้านท่าโป่งแดงอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนเยี่ยมชมผลผลิตโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเช่นกลุ่มคนอยู่กับป่ากลุ่มฟื้นฟูป่ากลุ่มโครงการสร้างป่าสร้างรายได้กลุ่มกาแฟกลุ่มปลูกไผ่ กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กลุ่มปลูกบุกและกลุ่มผ้าทอขนแกะและเดินทางไปร่วมประชุมสรุปยุทธศาสตร์และการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ส่วนช่วงบ่ายเดินทางไปประชุมคุณธรรมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านผาบ่องอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ชุมชนชมการสาธิตแปรรูปน้ำมันถั่วลิสงและข้าวเพื่อสุขภาพแปลงนาเกษตรอินทรีย์กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านผาบ่องจากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ถนนสายวัฒนธรรมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมการจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมของชุมชนและสินค้า Otop แล้วเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพบ่อน้ำร้อนผาบ่องและเดินทางไปสักการะพระธาตุดอยกองมูวัดพระธาตุดอยกองมูวัดคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน



