
หนุ่มเตะเด็ก 4 ขวบยังให้การไม่รู้เรื่อง
ตำรวจเผยหนุ่มเตะเด็ก 4 ขวบ ยังให้การไม่รู้เรื่อง ส่งตรวจ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา พร้อมเชิญพ่อสอบปากคำเพิ่มเติม พบประวัติเคยเป็น รปภ. ชี้อาการกำเริบเพราะขาดยา
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชายที่ก่อเหตุเตะเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี บริเวณหน้าอก ที่ซอยรามคำแหง 83/5 ทราบชื่อภายหลังคือนายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี สามารถจับกุมได้ที่สถานีรถไฟแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเมื่อวันนี้ 17 มกราคม 2561 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายสมศักดิ์ ยังคงให้การไม่รู้เรื่อง เนื่องจากยังไม่สามารถสื่อสารได้อย่างคนปกติ และได้นำตัวนายศักดิ์สิทธิ์ส่งไปตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายในวันนี้ อย่างไรก็ตามเวลา 12.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวบิดาของนายสมศักดิ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งเวลา 13.00 น.จะมีการแถลงข่าวที่ สน.หัวหมาก ต่อไป
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ม.ค.61 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทาง พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ได้นำตัวนายสมศักดิ์ ส่งแพทย์แผนกนิติจิตเวช รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งทาง รพ.รับตัวไว้เป็นคนไข้ชั้นใน เพื่อทำการรักษา ประกอบกับเคยมีประวัติการรักษาตัวอยู่แล้ว หลังจากนี้ต้องรอผลแพทย์ยืนยันว่าผู้ต้องหาอยู่เป็นคนไข้วิกลจริตในระดับใด เบื้องต้นได้ทำการสรุปสำนวนส่งอัยการพร้อมทั้งงดการสอบสวนชั่วคราว เมื่อผลแพทย์ออกมาแล้วหากไม่พบว่ามีอาการทางจิตจะทำการสอบสวนต่อ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “ทำร้ายร่างกาย”
พ.ต.อ.มานพ กล่าวต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา ทาง พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้ทำการสอบปากคำนายชลอ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี บิดาของนายสมศักดิ์ ซึ่งทางตำรวจไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ก่อนในเวลา 17.00 น. ทางสหวิชาชีพ จะเดินทางมาทำการสอบปากคำเด็กผู้เสียหายต่อไป
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่าจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาไม่ได้เป็นบุคคลเร่ร่อนตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเคยประกอบอาชีพ รปภ. รับจ้างเข็นผักในตลาดบางกะปิ โดยสาเหตุที่อาการกำเริบอีกครั้งเนื่องจากขาดยา ไม่ได้พบแพทย์ตามกำหนด อีกทั้งพบว่าผู้ต้องหายังมีประวัติเมื่อปี 2557 ถูกตำรวจ สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีในข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์” และศาลได้พิเคราะห์ว่าเป็นบุคคลวิกลจริต



