
"MBK"ลุยตลาดอินเดีย-จีน-รัสเซีย
"เอ็มบีเค"ลุยตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย-จีน-รัสเซีย พร้อมทำออนไลน์สร้างกระแสรับรู้ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่-เอฟไอทีขยายฐานผู้ใช้บริการเพิ่มดันธุรกิจโตต่อเนื่อง
15 ม.ค.61 นางสาวศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2561 เอ็ม บี เค มุ่งจับตลาดเอเชียและกลุ่มตลาดมุสลิม โดยเริ่มทำการตลาดจากกลุ่มประเทศอินเดีย จีน รัสเซีย และกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังซื้อ เพราะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีต่อเนื่อง เป็นตลาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย จึงมีโอกาสได้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการศูนย์การค้าฯ ซ้ำ และขยายไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยมาใช้บริการอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ ศูนย์การค้าฯยังมีจุดเด่นพร้อมบริการกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม ทั้งร้านอาหารฮาลาลที่หลากหลาย มีห้องละหมาด รวมถึงทัวริสต์ เลาจน์ ไว้คอยบริการอย่างเพียบพร้อม”
“ปี 2561 นอกจากเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จะยังรักษาฐานตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวปัจจุบัน ขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังจะรุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง จากแต่ละชาติให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ด้วยการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากถึง 12.7% จากปี 2559 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มยุโรปและเอเชีย โดย 5 อันดับแรกมาจากประเทศเยอรมัน อินเดีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย”
สำหรับปี 2561 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีแผนการตลาดเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนการทำตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ที่มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะมาใช้จ่ายในศูนย์ฯ ต่อหัวสูงขึ้น โดยในปี 2561 ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ มุ่งสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ไปยังจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมและจุดบริการนักท่องเที่ยวของหน่วยงานต่างๆ เช่น ระบบคมนาคมที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการมาก เป็นต้น วางระบบ Facilities และร้านค้าให้ครอบคลุมความต้องการของนักท่องเที่ยว อาทิ การบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตฟรี การบริการรับฝากกระเป๋า การเพิ่มจุดชาร์จแบตเตอรี่ และนักท่องเที่ยวยังได้เลือกช้อปสินค้าจากร้านค้าชั้นนำมากกว่า 4,000 ร้านค้า
อย่างไรก็ตาม จากสถิติของศูนย์การค้าฯ พบว่ากลุ่มสินค้าและบริการในศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ เครื่องประดับแฟชั่น การทำธุรกรรมการเงิน โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เทคโนโลยี ตามลำดับ นอกจากนี้ จากสถิติพบว่านักท่องเที่ยวจะใช้เวลาอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 4-7 วัน ซึ่งกิจกรรมยอดฮิต 3 ลำดับแรกเมื่อมาเที่ยวเมืองไทย คือ การช็อปปิ้ง รองลงมาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และลำดับสุดท้ายคือการทำสปาและนวดแผนไทย
“จากการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยบวกต่อศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นอย่างยิ่ง เรานับเป็นศูนย์การค้าที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมาโดยตลอด เพราะมีสินค้าและบริการหลากหลาย ครบทุกหมวดหมู่ มีทั้งแบรนด์ระดับสากลและแบรนด์ของคนไทย จึงสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่มจากทุกตลาด เราจึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเศรษฐกิจปี 2561 จะมีแนวโน้มสดใส ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกเติบโตมากยิ่งขึ้น” นางสาวศิรฐา กล่าว



