
ขอบิณฑบาต... อย่าฆ่าช้างอีก!!
เผาแล้ว "เจ้าด้วนกุยบุรี" ช้างป่างางาม ไรเฟิล-ลูกซองยิงโหด ล้มกลางอุทยานฯ กุยบุรี คาดเสร็จ 4 ทุ่มคืนนี้-ส่งหัวกระสุนตรวจ ประสาน 3 อำเภอดูคนขึ้นทะเบียนปืนด่วน!!
14 ม.ค.61 - ความคืบหน้า หลังพบซาก "ช้างป่าเพศผู้ งายาว" ที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "เจ้าด้วน" อายุประมาณ 20 ปี ล้มกลางลำห้วยในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 8 บ้านพุบอน ต.หาดขาม อ.กุยบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการผ่าพิสูจน์ซากช้างป่า โดยทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งพบหัวกระสุนปืนไรเฟิล ในเบ้าตาข้างซ้าย และหัวกระสุนลูกซองเบอร์ 12 อีกส่วนหนึ่ง รวมทั้งนำชิ้นส่วนทั้ง หัวใจ ตับ ปอด ไต หลอดลม อาหารในกระเพาะ ฯลฯ ส่งไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการของ ม.มหิดล ใน จ.นครปฐม เพื่อดูทั้งสารพิษและสารเคมีต่างๆว่าเป็นชนิดใดบ้างที่ช้างป่าได้รับ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน
ล่าสุด "นายศรีสวัสดิ์ บุญมา" กำนัน ต.หาดขาม และผู้ใหญ่บ้านพุบอน , บ้านย่างซื่อ , บ้านยางชุม และสมาชิก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ เขตกุยบุรี , เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ,ทหารค่ายธนะรัชต์ ชุดรักษาความสงบที่ 2 พื้นที่ อ.กุยบุรี , ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ บ้านรวมไทย พร้อมชาวบ้านเดินทางไปยังจุดที่พบ ซากช้างป่าล้มบริเวณลำห้วย พร้อมนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปจากวัดไร่บน มาทำพิธีสวดบังสุกุลให้กับช้างป่างางาม ที่ช้างป่าเป็นสัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง โดยทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ก็ได้คอยสุมไฟการเผาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณ 22.00 น.คืนนี้
โดย "พระครูอุดมธรรมวิภาค" เจ้าอาวาสวัดไร่บน และเจ้าคณะตำบลกุยบุรี กล่าวว่า "คณะสงฆ์รู้สึก เศร้าสะเทือนใจ ที่ช้างซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ได้ดำรงอนุรักษ์เอาไว้มาเสียชีวิตในครั้งนี้ จึงขอบิณฑบาต ขอความวิงวอน เมตตา ให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ ช่วยกันดูและรักษาช้างป่ากุยบุรีเอาไว้ให้อยู่คู่บ้านเมืองต่อไป และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีกกับช้างป่ากุยบุรี
อาตมาขอบิณฑบาตเถอะ"
ขณะที่ นายเจษฏา แดง สจ.เขตอำเภอกุยบุรี รวมทั้ง กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนชาวบ้านในพื้นบ้านพุบอน ที่ได้เดินทางมาร่วมพิธี รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ที่มีการลงมือยิงช้างป่าอย่างโหดเหี้ยม พร้อมวิงวอนไปถึงคนที่กระทำขอให้ช้างป่าพลายงางามเป็นตัวสุดท้าย และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามมือยิงช้างป่ามาลงโทษให้ได้โดยเร็ว
ด้าน "นายจารุวัฒร นุชศิริ" พนักงานพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ "พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง" พนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม พร้อมส่งมอบบันทึกรายละเอียดการตรวจสอบและจุดพิกัดที่พบซากช้างป่า เพื่อให้ตำรวจเร่งติดตามสืบหาตัวผู้กระทำความผิดที่ยิงช้างป่ามาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งได้ลงบันทึกประจำวันและแนบเอกสาร การถอดงาช้างป่าทั้ง 2 ข้างที่ระบุว่า งาฝั่งขวา ยาวประมาณ 113 เซนติเมตร , งาข้างซ้าย ยาวประมาณ 108 เซนติเมตร ไว้ด้วย โดยจะนำงาทั้งสองข้างไปเก็บรักษาไว้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี



