ข่าว

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

12 ม.ค. 2561

เจ้าหน้าที่ทหารและชุดติดตามช้างป่าของไทย จับมือกับทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้กัมพูชา ช่วยติดตามช้างป่าสีดอแดงผลักดันกลับประเทศไทย

 

          12 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีช้างป่า “สีดอแดง” ที่เดินออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน เขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เข้ามาหากินในพื้นที่ชุมชนตั้งแต่เขต อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วังสมบูรณ์ อ.คลองหาด และเดินข้ามชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บริเวณบ้านทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังบ้านโอละเวีย ต.จะเรยเสมา อ.สำเภาลูน จ.พระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา ตรงข้ามกับ จุดตรวจการเจ้าหน้าที่ทหารพราน คลองหาด 05 ตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุด หลังช้างได้เดินมุ่งหน้าไปทางเมืองเสียมราฐ และวกกลับมาหากินอยู่ที่บริเวณ บ.โอสะลอเลา อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย

 

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

 

          ร.ท.สุระ โสรักนิษฐ์ รองผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1302 กรมทหารพรานที่ 13 เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการร่วมกับ พ.ต.ธรรมศักดิ์ ถ้วยทอง ผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1204 กรมทหารพรานที่ 12 และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว นำโดย นายมาโนช รัตนตรัย หัวหน้าชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็วที่ 2 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และหัวหน้าชุดติดตามช้างป่า “สีดอแดง” ,เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้สระแก้ว ให้เข้าไปประสานงานกับฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของฝั่งประเทศกัมพูชา เพื่อติดตามช้างตัวนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากทางการกัมพูชาเป็นอย่างดี

 

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

 

          รองผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1302 กรมทหารพรานที่ 13 กล่าวอีกว่า ขณะนี้เราได้รับข้อมูลและทราบพิกัดของช้างสีดอแดงแล้วว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายและค่ำเมื่อวานนี้ ทหารกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบช้างสีดอแดงของไทย อยู่ที่ภูเขาบ้านโอสะลอเลา อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย ห่างจากชายแดนไทยราว 10 กิโลเมตร และหลังจากนั้นได้เดินมุ่งหน้าขึ้นไปบนเขายาซอม บ้านโต๋นบังรอ อ.มาลัย จ.เมียนเตียเมียนเจย และเดินอย่างรวดเร็วมาก สามารถเดินข้ามช่องเขาที่มีความสูงประมาณ 150 เมตรได้อย่างสบาย พบร่องรอยขี้ช้างและการเข้ากัดกินหญ้า ทำลายต้นไม้บริเวณป่าบนภูเขาด้วย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 25 กิโลเมตร

 

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

 

          ทางด้าน นายอำเภอสำเภาลูน ราชอาณาจักรกัมพูชา บอกว่า หลังจากช้างข้ามจากฝั่งประเทศไทยมาที่บ้านกิโลเก้า อ.สำเภาลูน ของกัมพูชา ทางเจ้าหน้าที่ก็ออกติดตามจนช้างข้ามภูเขาไป คาดว่าจะผ่านไปที่ อ.มาลัย ตรงข้าม อ.สำเภอลูน ซึ่งภายหลัง พ.อ.ชายธนัญชา วาจรัต ผบก.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาประสานให้ร่วมกันติดตามช้าง ซึ่งยืนยันว่า ช้างป่าอยู่ในเขมร ซึ่งมีการรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้เกี่ยวข้องแล้ว และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่อยู่ในแนวที่ช้างเดินผ่านให้ระมัดระวัง

 

“ไทย-กัมพูชา”จับมือติดตาม“ช้างป่าสีดอแดง”กลับไทย

 

          อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารไทยและเจ้าหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้เข้าพูดคุยและร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้กัมพูชาในการช่วยติดตามช้าง ได้มีการให้ข้อมูลของช้างสีดอแดงกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาด้วย เนื่องจากเป็นช้างที่เคยทำร้ายคนเสียชีวิตมาแล้วถึง 4 ราย จึงแนะนำให้เจ้าหน้าที่ประกาศและแจ้งเตือนชาวกัมพูชาด้วยว่า ไม่ควรเข้าใกล้ช้างเพราะช่วงที่ช้างเข้าไปในชุมชน ชาวบ้านอาจคิดว่า เป็นช้างบ้าน จึงไม่ได้ระมัดระวัง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ ต้องแจ้งให้ชาวบ้านรู้ว่า เป็นช้างป่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กัมพูชารับปากว่า จะช่วยติดตามช้างอย่างใกล้ชิดและไล่ต้อนช้างให้กลับเข้ามาในเขตประเทศไทยโดยเร็ว


.....................................................
ภาพ : โรจนเดช ธีรเนตร, สุระ โสรักนิษฐ์