ข่าว

เอสเอ็มอียังกังวลกำลังซื้อหดตัว

เอสเอ็มอียังกังวลกำลังซื้อหดตัว

02 ต.ค. 2552

ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนสิงหาคมขยับขึ้น มอง 3 เดือนข้างหน้าเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ระดับความเชื่อมั่นยังไม่ดีนัก กังวลภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศ

 นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ในเดือนสิงหาคม ว่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 45.9 จากระดับ 45.2 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจ ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเองดัชนีปรับตัวลดลง

 “ผลการสำรวจในเดือนสิงหาคม พบว่าทั้งค่าดัชนีปัจจุบันและคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้ออกมาตรการกู้วิกฤติพลังงาน ทั้งลดการเก็บภาษีน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมัน ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้าผันแปร ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2553 ซึ่งผลดีต่อทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ” นายภักดิ์กล่าว

 สำหรับผลการสำรวจดัชนีฯ รายภูมิภาคในเดือนสิงหาคม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม พบว่าเกือบทุกภูมิภาคค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก เป็นภูมิภาคที่มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพฯ ปริมณฑล ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีเพียงภาคใต้ภูมิภาคเดียวที่ค่าดัชนีลดลง

 “ค่าดัชนีฯ ปัจจุบันและคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ทั้งในภาพรวมและดัชนีฯ รายภูมิภาค แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 แสดงว่าผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมั่นในการดำเนินกิจการในระดับที่ไม่ดีนัก" นายภักดิ์กล่าว

 ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการสูงที่สุด ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศและอำนาจซื้อของประชาชน รองลงมาคือภาวะการแข่งขันในตลาด ราคาต้นทุนสินค้าและค่าแรงงานที่สูงขึ้น การหดตัวของความต้องการสินค้าและบริการ และระดับราคาน้ำมันและค่าขนส่ง ตามลำดับ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองกลับเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการมองว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการในระดับต่ำ