
"นักรัฐศาสตร์" ชี้ ยื่นตีความ ม. 44 ส่อกระทบการเมือง
"นักรัฐศาสตร์" ชี้ ยื่นตีความ คำสั่งคสช.53/2560 ส่อกระทบการเมือง ปมอำนาจ คสช. ตามม.44 เกินขอบเขต-สาระบางประเด็น ส่อกระทบเงื่อนไข-สถานภาพพรรค
นายตระกูล มีชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นที่พรรคการเมืองเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 ที่แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดว่าพรรคการเมืองจะนำประเด็นใดยื่นให้มีคำวินิจฉัย แต่เบื้องต้นตนมองว่าผลที่จะเกิดขึ้นอาจมีประเด็นที่พิจารณาได้ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44 ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บัญญัติรับรอง ซึ่งอาจถูกวินิจฉัยในขอบเขตอำนาจการบังคับใช้ และส่วนที่เกี่ยวกับสาระบางประเด็นในคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ประเด็นที่ส่อจะขัดกับรัฐธรรมนูญ
"หากมีประเด็นที่เกี่ยวกับขอบเขตของการใช้อำนาจตามมาตรา44 ที่อาจส่งผลถึงการขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นอาจจะมีปัญหา ความยุ่งยากตามมา และหากชี้ว่ามาตรา 44 มีขอบเขตที่ไม่สามารถแก้ไขพ.ร.ป.พรรคการเมืองไม่สามารถทำได้ จะทำให้การแก้ไขพ.ร.ป.พรรคการเมืองตามสาระนั้นสิ้นสภาพไปทั้งหมด ซึ่งอาจกระทบต่อเงื่อนไขระยะเวลาที่ขยายให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติ และกลับไปใช้เนื้อหาตามเดิม"
นายตระกูลกล่าวว่าโดยประเด็นนี้เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา ทั้งผลกระทบที่จะเกิดกับพรรคการเมือง ซึ่งคสช. อาจต้องหาวิธีแก้ไข เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองได้รับผลกระทบซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงการสิ้นสภาพพรรค เพราะทำกิจกรรมตามเงื่อนเวลาไม่ได้" นายตระกูล กล่าว
นายตระกูล กล่าวด้วยว่า กรณีที่เป็นประเด็นว่าด้วยสาระบางประเด็นของคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 อาจทำให้บางเรื่องใช้ไม่ได้ แต่ยังมีผลต่อขอบเขตของการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ ขณะเดียวกันไม่ว่าการวินิจฉัยต่อประเด็นดังกล่าวจะเป็นอย่างไรอาจมีผลกระทบต่อการเมืองได้เล็กน้อย แต่เพื่อเป็นทางออกทางการเมือง เชื่อว่า คสช. จะหาวิธีเพื่อไม่เกิดทางตันทางการเมือ
ขณะที่นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นด้วยว่า สำหรับการยื่นตีความการใช้มาตรา 44 แก้พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น เชื่อว่าจะเป็นประเด็นที่สร้างผลกระทบทางการเมือง ทั้งเงื่อนไขการใช้อำนาจเพื่อแก้ไข พ.ร.ป. ทั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หลังจากมีผลบังคับใช้ และหาก คสช. ไม่ยึดตามกรอบเวลาเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญ อาจทำให้เกิดประเด็นที่ทำให้โรดแม็พเลือกตั้ง ปลายปี 2561 ที่คสช. ประกาศไว้ได้ หรือหากเป็นกรณีที่อำนาจมาตรา 44 นั้นใช้เกินกว่าขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจเป็นไปได้ว่าอาจต้องพิจารณาถึงสถานะของความเป็นพรรคการเมือง ตามเงื่อนไขพ.ร.ป.พรรคการเมืองบัญญัติ
"หากเป็นประเด็นที่คำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นไปได้ว่าจะต้องกลับไปใช้เงื่อนไขเวลาที่พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนด ซึ่งขณะนี้ระยะเวลาที่กำหนดซึ่งผูกกับสถานะของพรรคการเมืองสิ้นสุดแล้ว ซึ่งหากเป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเลือกวินิจฉัย เชื่อว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองตามมา ทั้งที่กรณีที่พรรคทำกิจกรรมไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของเขา ส่วนที่หลายฝ่ายอาจมองว่า มาตรา 44 ทำได้เพราะรัฐธรรมนูญรับรองนั้น ต้องถามกลับว่า การใช้อำนาจนั้นจะมีขอบเขต หรือใช้ไปเพื่ออะไร และใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศหรือเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่"นายไชยันต์ กล่าว.



