
'โฆษก ตร.'คอนเฟอร์เร้นซ์ถกคดี'ณิชา'
โฆษก ตร. ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ถกคดี 'ณิชา' ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมบัตรปชช.เปิดบัญชี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จ.ตาก และทีมพนักงานสอบสวน ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เพื่อคลี่คลายคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ตกเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากคนร้ายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการโอนเงินเข้าออก จนนำไปสู่การออกหมายจับและดำเนินคดี ซึ่ง น.ส.ณิชา ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับ บก.ป.
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงปลายปี 2560 ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ มีการอ้างว่าชื่อ นายราลี่ สมิธ ชาวอังกฤษ ได้ติดต่อ นางกาสิณี ยะเมา ผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยอ้างว่าต้องการซื้อที่ดินใน จ.ตาก และขอให้นางกาสิณี เป็นนายหน้าซื้อที่ดิน โดยนายราลี่ จะส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาท จากประเทศอังกฤษ มากับทางพัสดุไปรษณีย์ เพื่อให้ผู้เสียหาย แต่มีค่าธรรมเนียม จำนวน 1 ล้าน 3 แสนบาท ที่ผู้เสียหายต้องจ่ายล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ โทรศัพท์มาหานางกาสิณี พร้อมกับแจ้งถึงค่าธรรมเนียม ที่ต้องชำระ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน จำนวน 1 ล้าน 3 แสน 7 หมื่นบาท เข้าบัญชีธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วย บัญชีของ น.ส.ณิชา จำนวน 3.4 แสน ถึง 5 ครั้ง บัญชีนายขวัญ ทองน้อย และ บัญชีนายธีรภัทรนนท์ งามวงษ์ และเมื่อติดต่อกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ในทุกช่องทาง จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า หลังจากแจ้งความ ผบก.ภ.จว.ตาก ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เนื่องจาก น.ส.ณิชา ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเปิดบัญชี ก็เป็นผู้เสียหาย ได้แจ้งความว่าถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร จึงต้องบูรณาการการสอบสวน โดยให้ สภ.บ้านตาก ทำสำนวนคดี และขยายผลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ตาก ส่วนกองปราบปรามขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น เนื่องจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ยังมีการเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายอีก 2 บัญชี คือบัญชีชื่อ นายขวัญ ทองน้อย สาขาบิ๊กซีติวานนท์ รับโอนเงินจากผู้เสียหาย 5 ครั้ง รวม 4 แสนบาท และบัญชีชื่อนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลงามวงศ์วาน รับโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 6 แสน 3 หมื่นบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในภูมิลำเนาที่ใด และอยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องขอให้แสดงความบริสุทธิใจ โดยการไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ยืนยันการดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง สาเหตุที่ น.ส.ณิชา ถูกออกหมายจับ เนื่องจากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง มีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน แต่กลับเงียบหาย พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาลจังหวัดตาก ออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากนี้จะต้องพิสูจน์ว่า น.ส.ณิชา เป็นเหยื่อในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หรือ ร่วมขบวนการกระทำความผิด ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานขอข้อมูลจากธนาคาร 9 แห่ง ที่มีชื่อ น.ส.ณิชา เปิดบัญชี แต่พบว่าธนาคารบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือ โดยอ้างว่าต้องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ วันนี้ตนจึงจะประสานไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อขอข้อมูลด้วยตนเอง"พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'รอง ผบ.ตร.'เรียกถกคดีสาวถูกสวมบัตรปชช.เปิดบัญชี , 'ผบช.ภ.6'แจง ตร.ปฏิบัติหน้าที่คดี'ณิชา'ครบถ้วน-เป็นธรรม



