
“พาณิภัค” ลุยศึก “เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม แชมเปี้ยนซีรีส์
จีนจัดรายการใหญ่ รวมจอมเตะระดับพระกาฬ แชมป์จะได้เงินรางวัลสูงเกือบ 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. "น้องเทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดสาวทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดง กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 ซึ่งปีที่แล้วกวาดแชมป์ไปได้ถึง 7 รายการ พร้อมด้วย “โค้ชเช” เช ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ และ "โค้ชชิต" วิชิต สิทธิกัณฑ์ ผู้ฝึกสอนชาวไทย ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน ไชนา เซาเทิร์น แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ซีแซด 36 เพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขันเทควันโด รายการ "เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม แชมเปี้ยนซีรีส์ 2018 " ที่เมืองหวูฉี ประเทศจีน
สำหรับ "เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม แชมเปี้ยนซีรีส์ 2018" เป็นรายการใหญ่ที่มีเงินรางวัลสูงมาก หากคว้าแชมป์จะได้รับเงินรางวัลสูงถึงเกือบ 2 ล้านบาท ซึ่งชาติเจ้าภาพได้เชิญเจ้าของเหรียญทองการแข่งขันรายการใหญ่ๆ มาร่วมชิงชัย ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์, เหรียญทอง ชิงแชมป์โลก และเหรียญทอง “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ซึ่ง “น้องเทนนิส” ไปในฐานะเจ้าของเหรียญทอง “เวิลด์ กรังปรีซ์ ไฟนอลส์ 2017” โดยรุ่น 49 กก.หญิง จะแข่งขันวันที่ 13 ม.ค.นี้
โค้ชเช ยอง ซอก กล่าวว่า เป็นการแข่งขันในปีแรก เชื่อว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างยาก เพราะเป็นรายการใหญ่ที่รวมเอาจอมเตะระดับแชมป์มารวมกัน แถมยังต้องมีคู่แข่งจากเกาหลีใต้ ถึง 3 คน และรอบแรก จะต้องเจอจอมเตะเจ้าภาพอีกด้วย ส่วนการฝึกซ้อมได้มีการปรับเปลี่ยน เพราะคู่ต่อสู้หลายคนศึกษาการเตะของ "น้องเทนนิส" มาเป็นอย่างดี รู้ว่ามีจุดแข็งคือการเตะหัว จึงได้มีการเน้นฝึกซ้อมไปที่การชกและเตะลำตัว พร้อมกับการผลักคู่ต่อสู้ แต่เราก็จะทำให้เต็มที่เช่นกัน
"น้องเทนนิส" กล่าวว่า หลังจากที่กลับจากการแข่งขัน “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ไฟนอลส์ 2017” ที่ประเทศไอวอรี่โคสต์ ก็ต้องไปฝึกทหารต่อ จึงอาจจะไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่ตื่นเต้น เพราะเป็นรายการใหญ่ มีจอมเตะระดับโลกมรแข่งขันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปีที่แล้วตนจะมีผลการแข่งขันที่ดีมาก คว้ามาได้ 7 แชมป์ และยังเป็นการคว้า 5 แชมป์ติดต่อกันอีกด้วยนั้น เรื่องนี้ตนจะไม่เอามาคิดและกดดันตนเองอย่างเด็ดขาด ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวยังคงเป็น คิม โซ ฮุย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2018 และมือวางอันดับ 2 ของโลก ซึ่งอยู่ในสายเดียวกันด้วย แต่ครั้งนี้ “โค้ชเช” ได้ปรับเปลี่ยนการเล่น โดยจะเน้นเตะลำตัวให้มากขึ้น ก่อนที่จะสลับหลอกเตะแต้มหัว เพื่อป้องกันคู่แข่งจับทางเราได้นั่นเอง



