
ไม่เคยดองสำนวน สน.บวรมงคล
ป.ป.ท. ยันไม่มีใครดองคดีค้าสำนวน สน.บวรมงคล แจงผู้เสียหายตัวจริง-ประจักษ์พยาน เบี้ยวให้ปากคำ 4 นัด ล่าสุดนัดให้ปากคำพรุ่งนี้ ส่วนผู้ร้องเป็นเพียงพยานบอกเล่า
10 ม.ค. 61 - พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้แจงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม เข้ายื่นเรื่องให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ตรวจสอบการประวิงสำนวน กรณีตำรวจสน.บวรมงคล มีพฤติกรรมค้าสำนวน เรียกรับผลประโยชน์ จนทำให้การไต่สวนของป.ป.ท.ใช้เวลานานกว่า 2 ปีก็ยังไม่แล้วเสร็จว่า กรณีดังกล่าวขอชี้แจงว่านายอัจฉริยะ ผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ซึ่งในทางคดีเป็นเพียงพยานที่ได้รับการบอกเล่าจากผู้เสียหายมาอีกต่อหนึ่ง ทำให้คำให้การไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงในทางคดี แต่เป็นการให้การตามความรู้สึกและอารมณ์ จึงจำเป็นต้องได้ตัวผู้เสียหายและพยานที่เห็นเหตุการณ์มาให้ปากคำประกอบสำนวน
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวอีกว่า โดยที่ผ่านมา ป.ป.ท.มีหนังสือเชิญพยานทั้ง 2 ปาก เข้าให้ข้อมูลมาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ถูกผัดผ่อนมาโดยตลอด ตามไปที่บ้านก็ไม่พบตัว เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์บ่อย ล่าสุดพยานทั้ง 2 ปากยืนยันจะเข้าให้ปากคำในวันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.) หากสามารถสอบปากคำพยานทั้ง 2 ปากได้ คาดว่าจะสรุปสำนวนเสนอให้บอร์ดป.ป.ท.ชี้มูลได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ เพราะขณะนี้การตรวจสอบพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น คลิปแอบถ่ายการเรียกรับสินบนก็เริ่มมีความชัดเจนแล้ว ส่วนข้อร้องเรียนขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.ดองสำนวนก็พร้อมตรวจสอบ โดยหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจริงต้องรับโทษเป็น 2 เท่าของข้าราชการทั่วไป นอกจากนี้ ยังพร้อมให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบเช่นกัน
"พยานทั้ง 2 ปากมีความสำคัญต่อรูปคดี ป.ป.ท.มีหน้าที่ติดตามตัวพยานมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน แต่ไม่อยากใช้มาตรการรุนแรงคือออกหมายจับพยาน เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อการแสวงหาหลักฐาน หากผู้ร้องต้องการให้คดีเสร็จเร็วและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพยานก็ควรชักชวนกับพยานเข้ามาให้ปากคำ" พ.ท.กรทิพย์ กล่าว.



