ข่าว

 ชี้ สื่อฯใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน !!

ชี้ สื่อฯใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน !!

10 ม.ค. 2561

นักพัฒนาสังคม นักวิชาการด้านสื่อฯ ชี้ สื่อ ละเมิดสิทธิ เพราะใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน ขาดการสร้างสรรค์เพื่อสร้างข่าวเชิงคุณภาพ

 วงเสวนา สื่อละเมิดสิทธิ ชี้ สื่อฯใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน มากกว่าสร้างสิ่งพัฒนาสังคม

 

          ร้านกชาติ คาเฟ่-10 มกราคม 2561-นักพัฒนาสังคม -นักวิชาการด้านสื่อฯ ชี้ สื่อ ละเมิดสิทธิ เพราะใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน ขาดการสร้างสรรค์เพื่อสร้างข่าวเชิงคุณภาพ -ไม่ต้ังคำถามเชิงระบบ ห่วงสังคมไร้การพัฒนา

          ที่ร้านกชาติ คาเฟ่ มีงานเสวนา เรื่อง  เมื่อ "สื่อ" ละเมิด "สิทธิ" จัดโดยเอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย ​โดยในงานมีนักวิชาการ อดีตสื่อสารมวลชนและช่างภาพร่วมถ่ายทอดความเห็นต่อประเด็นที่ การทำหน้าที่สื่อมวลชนกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงการละเมิดสิทธิบุคคลฐานะเป็นสื่อมวลชน รวมถึงการลืมหน้าที่สำคัญของสื่อมวลชนที่ต้องสร้างประโยชน์ และเปิดพื้นที่ให้ ประชาชนมีทางเลือกของการเสพเนื้อหา แทนการกำหนด ลัทธิมีเดียลิสซึ่ม ที่นำเสนอประเด็นเล็กๆ น้อยๆ แทนการวิเคราะห์ เจาะลึกสร้างข่าวเชิงคุณภาพ

          โดย นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกฝนและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้าน กาญจนาภิเษก กล่าวมุมสะท้อนโดยยกกรณีการนำเสนอข่าวสาร กรณี หมูหยอง มือสังหารวัยเยาว์ เปรียบเทียบ ว่า จากกรณีหมูหยอง ที่สื่อมวลชนนำเสนอเฉพาะด้านมืด หรือด้านอาชญากรรมเพียงด้านเดียว โดยไม่คำนึงถึงการเป็นผลลัพท์หรือผลผลิตของครอครัวหรือกลไกรัฐที่ไม่ดูแลกลุ่มบุคคลที่เปราะบาง จนทำให้หมูหยองต้องกระทำสิ่งที่รุนแรง จากการพูดคุยกับหมูหยองในเรือนจำ ทราบว่า ในมุมของหมูหยองยังมีด้านดี แต่สื่อมวลชนไม่เลือกนำเสนอ เช่น เป็นเด็กที่มีประวัติการเรียนดี เป็นต้น แต่จากการสัมภาษณ์และการตัดสินของสังคมจากข่าวที่นำเสนอทำให้ หมูหยองถูกมองคนชั่วร้าย ทั้งที่มุมที่สื่อนำเสนอเป็นสิ่งที่เขาไม่ทันคิด แต่เมื่อให้เวลาเขาคิด เขาสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจด้านดี เช่น หมูหยองต้องการบวชให้กับบุคคลที่เสียชีวิตจากการกระทำของเขา เป็นต้น 

 ชี้ สื่อฯใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน !!

          "สิ่งที่สื่อมวลชนเลือกนำเสนอด้านดิบเพียงด้านเดียว สะท้อนว่าสังคมไทยไม่มีทางไหถึงไหน เพราะไม่สามารถสะท้อนถึงปรากฎการณ์สังคมเชิงลึกได้ นำเสนอเฉพาะเรื่องปัจเจกที่บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ​ ในข้อเท็จจริงแม้การก่ออาชญากรรม บุคคลนั้นต้องได้รับการลงโทษ แต่หากไม่มีการยกระดับตัวเอง หรือร่วมขับเคลื่อนสังคม นำเสนอด้านเดียว หรือนำเสนอชุดความคิดเดียวให้กับสังคม จะทำให้สังคมเสียสมดุล​" นางทิชา กล่าว

          นายทิชา สะท้อนความเห็นด้วยว่าปัจจุบันไม่มีการตั้งคำถามเชิงระบบ มีแต่คำถามเชิงปัจเจก บุคคลที่กระทำความผิดเท่านั้น เช่น กรณีของหมูหยอง ที่นำเสนอเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่กลไกเชิงระบบ การดูแลครอบครัว การยุติการกระทำความผิดหรือความรุนแรงต่อครอบครัว ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานดูแล ไม่ถูกตั้งคำถาม จะทำให้บุคคลที่รับผิดชอบเชิงระบบลอยนวล และไม่เกิดการปรับตัว หรือ กรณีผู้ที่เคยติดคุก ออกจากคุกทำความผิดซ้ำ สื่อมวลชนอาจพาดหัวข่าวว่า ระวังคนออกคุก แต่กลับไม่มองว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คนที่ถูกปล่อยตัว ต้องกระทำผิดซ้ำอีก ระบบภายในเรือนจำเป็นอย่างไร ถูกปรับและเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยบ้าง อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าหากสื่อมวลชนไม่ตั้งคำถามหรือตรวจสอบเชิงระบบ ไม่กดดันให้ระบบมีการแก้ไขข้อผิดพลาดเชิงระบบ สังคมจะไม่ได้รับประโยชน์ใดเลย

    ชี้ สื่อฯใช้ทัศนคติส่วนตัวตัดสิน !!           ด้าน ดร.สังกมา สารวัตร นักวิชาการคณะไอซีที มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล กล่าวต่อประเด็นการทำวิชาชีพของสื่อมวลชน ที่หลักสากลคำนึงถึงการมีหน้าที่ก่อนได้รับสิทธิ และสิทธิที่เกิดขึ้นต้องได้รับการคุ้มครองและปกป้อง  โดยไม่ถูกละเมิดสิทธิ หรือถูกอุ้มหาย แต่สถิติการละเมิดสิทธิของสื่อมวลชน รอบ 20 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีสื่อมวลชนถูกอุ้มหายกว่า 2,000 คน

          "สื่อมวลชนจะถูกปลูกฝัง แนวคิดเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิ์ ต้องตรวจสอบ อย่างที่ทำเนียบรัฐบาลต้องตั้งคำถามและตรวจสอบ แต่ปัจจุบัน เมื่อถูก นายกฯ​ดุ กลับหงอย สิ่งที่สะท้อนบทบาทอย่างหนึ่งของสื่อมวลชน คือ การทำหน้าที่ต้องควบคู่กับประชาธิปไตยด้วย​" ดร.สังกมา กล่าว

          ขณะที่ในยุคสมัยใหม่ ที่ใครๆ ก็เป็นนักข่าวได้นั้น นักวิชาการด้านสื่อมวลชน มองว่าเป็นความท้าทาย เพราะสื่อมวลชนหน้าที่ที่แท้จริง คือ ต้องตรวจสอบ ตามคำเรียกว่า เป็น วอทช์ด็อก แต่ยุคที่กระแสมีการเปลี่ยนผ่าน คนทั่วไปสามารถโพสต์ข้อความลงสื่อออนไลน์ได้ แต่คำถามสำคัญ​คือ สิ่งที่โพสต์นั้นเป็นเรื่องของส่วนรวมหรือไม่ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเปิดพื้นที่ของสิทธิทางเลือกของสังคมหรือไม่ ​

          สำหรับประเด็นที่สื่อมวลชน กระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด "อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล"  กล่าวว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้มุมมอง หรือทัศนคติส่วนตัวของสื่อมวลชนเลือกพาดหัวหรือนำเสนอ หรือข้อมูลไปตามความเชื่อของตนเอง เช่น กรณีที่ซีรียส์วัยรุ่นนำเสนอตอนที่เกี่ยวกับชายรักชาย ซึ่งเลือกนำเสนอพาดหัวข่าวในเชิงลบ อย่างไรก็ดีการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนปัจจุบันพบสิ่งที่เป็น  ลัทธิมีเดียลิสซึ่ม ที่เลือกนำเสนอเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น บทเพลงต๊ะตุ่งตวง มาเป็นข่าว แทนให้ความสนใจข่าวประเภทการวิเคราะห์วิจารณ์หรือทำข่าวเชิงคุณภาพ​

         ด้านนายปฏิภัทร จันทร์ทอง ช่างภาพบางกอกโพสต์ สะท้อนมุมมองด้วยว่าการทำหน้าที่ช่างภาพหรือสื่อมวลชน ต้องเคารพสิทธิของบุคคลที่ต้องไม่ถูกละเมิด แต่การทำหน้าที่บางครั้ง ไม่สามารถทำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ได้ เช่น ต้องขออนุญาตบุคคลเพื่อถ่ายภาพก่อน เพราะภาพที่ออกมาจากขาดความเป็นธรรมชาติ เป็นต้น แต่สิทธิที่ต้องได้รับความคุ้มครอง เช่น สิทธิเด็ก, สิทธิสตรีที่ถูกละเมิด การทำหน้าที่ของสื่อมวลชหรือช่างภาพต้องพิทักษ์จุดดังกล่าวไว้.