ข่าว

พ่อเมืองภูเก็ตสั่งตรวจสอบแนวเขต น.ส.ล.เลพัง

พ่อเมืองภูเก็ตสั่งตรวจสอบแนวเขต น.ส.ล.เลพัง

09 ม.ค. 2561

สั่งตรวจสอบแนวเขต น.ส.ล.เลพัง เพื่อความชัดเจน หลังเกิดประเด็น พนง.โรงแรมชื่อดังไล่ นทท. ออกจากชายหาด

 

               9 ม.ค. 61  ความคืบหน้ากรณีเฟซบุ๊ก Aziz Yotharak แพร่ภาพสด ระบุ "นักท่องเที่ยวมานอนที่หาด... โดนพนักงานโรงแรม... ไล่ไม่ให้นอนหน้าหาด และอ้างว่าเป็นที่ของโรงแรม" โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา บริเวณชายหาดเลพัง - บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่า ที่ชายหาดมีเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร

 

 

               ทั้งนี้ หลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ นายกองโทอดุลย์ ชูทอง นายอำเภอถลาง พร้อมด้วย นายจิรยุทธ์ จิรสุนทรกุล กำนันตำบลเชิงทะเล นายมาแอน สำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.เชิงทะเล) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีการพูดคุยกับทางผู้ประกอบการเจ้าของโรงแรม พบว่า เป็นพื้นที่ที่มีสภาพเป็นหาดทราย ซึ่งทำให้ทุกคนต้องเข้าใจว่าบริเวณดังกล่าวเป็นหาดสาธารณะ แต่ในข้อเท็จจริงที่ตรวจพบว่าเป็นแนวเขตที่ดินของโรงแรม ทางด้านทิศตะวันตกติดหาดทราย และมีการแสดงแนวเขตที่ดินปักอยู่บริเวณบนหาดทราย (หลักเสาปูนและบางส่วนก็จะมีป้ายประกาศแนวเขต) ซึ่งอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่า เมื่อสภาพจุดพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นหาดทราย บริเวณดังกล่าวก็น่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ และนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้าใช้พื้นที่นั้นได้ จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดและเป็นที่มาของปัญหา

               ล่าสุด นายนรภัทร กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังทราบเรื่องก็ได้มอบหมายให้ทางนายอำเภอถลาง นายก อบต.เชิงทะเล เจ้าหน้าที่ที่ดิน กำนัน ต.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าบริเวณที่นักท่องเที่ยวนำเสื่อไปปูนั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตกรรมสิทธิ์ของโรงแรมจริง และอยู่ในแนวเขตโฉนดที่ดินของทางโรงแรม แต่อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้มีการรังวัดแนวเขตให้ชัดเจนอีกครั้ง เพราะระหว่างชายหาดกับที่ดินของโรงแรมจะมีในส่วนของที่ น.ส.ล. กั้นกลาง แต่เนื่องจากสภาพของธรรมชาติโดยเฉพาะการกัดเซาะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า เลพัง ดังนั้นจะต้องมีการรังวัดแนวเขตให้ชัดเจน

 

พ่อเมืองภูเก็ตสั่งตรวจสอบแนวเขต น.ส.ล.เลพัง

 

               ส่วนของการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น นายนรภัทร กล่าวว่า หลังจากที่มีการรังวัดแนวเขตที่ชัดเจนแล้ว ก็จะมีการเชิญผู้ประกอบการโรงแรมในบริเวณดังกล่าวมาพูดคุยทำความเข้าใจ รวมทั้งให้มีการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปได้รับทราบว่าแนวใดเป็นที่ดินของโรงแรม เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาการกระทบกระทั่งขึ้นอีก รวมถึงขอความร่วมมือในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะกระทบกับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในภาพรวม

               นายอำนวย พิณสุวรรณ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บริเวณที่ดินของโรงแรมดังกล่าว มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน เลขที่ 42109 เลขที่ดิน 159 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เนื้อที่ 17 ไร่เศษ เป็นการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ออกสืบเนื่องมาจากหลักฐาน น.ส.3 ก. เลขที่ 1473 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง โดยแบ่งแยกมาจาก น.ส.3 ก. เลขที่ 1362 ตำบลและอำเภอเดียวกัน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2529 และ น.ส.3 ก. เลขที่ 1362 ออกโดยการเดินสำรวจ ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จากหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 17 หมู่ที่ 1 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2521 ตรวจสอบพื้นที่ข้างเคียง ด้านทิศตะวันตกของโฉนดที่ดิน เลขที่ 42109 จดหนังสือสำคัญที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ภก 0015 (ทะเลพังสาธารณประโยชน์) เนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 66.6 ตารางวา ออกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2536 ข้างเคียงทิศตะวันออกระบุจด น.ส.3 ก. เลขที่ 1473 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งเป็นหลักฐานเดิมของโฉนดที่ดิน เลขที่ 42109 และจากการตรวจสอบเอกสารในขณะรังวัดโฉนดนั้น ไม่ได้รุกล้ำที่สาธารณะแต่อย่างใด เนื่องจากข้างเคียงทิศตะวันตกของโฉนด จดหาดทรายชายทะเล อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับหลักเขตที่สาธารณะปัจจุบันว่ายังอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ประสานให้อำเภอถลางและองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ยื่นคำขอรังวัดสอบแนวเขตหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงดังกล่าวอีกครั้ง

               ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝั่งโรงแรม ได้มีการจัดทำจดหมายชี้แจงไปยังสื่อมวลชนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า กรณีพนักงานโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ขอให้นักท่องเที่ยวออกจากชายหาดบริเวณหน้าโรงแรม

 

พ่อเมืองภูเก็ตสั่งตรวจสอบแนวเขต น.ส.ล.เลพัง

 

               สืบเนื่องมาจาก กรณีที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียท่านหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมคำบรรยายว่า โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ไล่นักท่องเที่ยวไม่ให้นั่งบริเวณชายหาดหน้าโรงแรมบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่ประชาชนนั้น ทางโรงแรมขอชี้แจ้งข้อเท็จจริงดังนี้

               ในวันที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้เข้าไปชี้แจงอย่างสุภาพต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยขอให้เคลื่อนย้ายไปยังจุดใกล้เคียง เนื่องจากบริเวณที่นักท่องเที่ยวปูเสื่อพักผ่อนกับครอบครัว อยู่บริเวณใต้ต้นสน และอาจจะมีกิ่งสนหักหล่นลงมาทำอันตรายต่อครอบครัวได้

               ประกอบกับบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในเขตที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงแรม จึงถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของเราในการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของแขก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการภายในบริเวณโรงแรม ทั้งนี้ ถึงแม้ฝ่ายบริหารของโรงแรมมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความดูแลความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยต่อแขกที่มาพัก แต่ทางโรงแรมก็ยินดีที่จะอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ เพราะเราตระหนักดีว่า การรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ และประชาชนทุกคนในพื้นที่