
วอนรัฐอย่าเสียเวลาอุทธรณ์คำสั่งมาบตาพุด
วอนรัฐอย่าเสียเวลาอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง ลั่นเดินหน้าฟ้องอีก 2 ศาลปกครองสูงสุด-ศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันรัฐธรรมนูญ 50 ครอบคลุมต้องปฏิบัติตามม.67 โวยทส.ดองเรื่องตั้งองค์การอิสระมาครบ 1 ปี
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจให้กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งระงับ 76 โครงการในนิคมมาบตาพุดไว้ชั่วคราว ว่า ถ้ารัฐจะอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง ทางสมา คมฯและชาวบ้านจากมาบตาพุดทั้ง 43 รายที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องก็เตรียมจะคัดค้านคำอุทธรณ์ต่อเช่นกัน และจะฟ้องจนถึงศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาได้คัดค้านในประเด็นข้อเท็จจริงจากมลพิษอุตสาห กรรมที่ชาวบ้านต้องประสบปัญหามาตลอด นอกจากนี้ยังคัดค้านด้วยข้อกฎหมาย ซึ่งยืนยันตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค 52 ที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญ 2550 มีเจตนารมณ์ให้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองไว้มีสภาพบังคับได้ทันที ที่รัฐธรรมนูญประกาศให้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติกฎ หมายอนุวัติการมาใช้บังคับก่อน จึงเท่ากับว่าชุมชนย่อมมีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครองได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ซึ่งเป็นประเด็นข้อเท็จจริงตามที่กรอบกฎหมายกำหนด
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้รัฐเสียเวลาไปนั่งเขียนคำอุทธรณ์ แต่ควรจะเร่งแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ โดยเฉพาะการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม และออกเกณฑ์ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อจะได้หาทางออกให้กับภาคอุตสาหกรรมที่จะเป็นผู้รับกรรมจากปัญหานี้โดยตรง เพราะที่ผ่านมาภาคประชา ชนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่ภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กลับเพิกเฉยนำเรื่องการตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 67 วรรคสองไปดองไว้ครบหนึ่งปีเต็ม ทั้งที่มีการยกร่างองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมไว้แล้ว หากนำร่างฉบับนี้มาดำเนินการต่อ ซึ่งอาจจะออกเป็นระเบียบ หรือเป็นกฎหมายก็ได้ เพื่อจะได้มีองค์กรอิสระเพื่อมาช่วยในการกลั่นกรองโครงการ
“นอกจากนี้ กำลังเตรียมจะฟ้องนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มเติมกรณีที่รีบร้อนการประกาศบัญชีรายชื่อกิจกรรมโครงการที่ก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงแค่ 8 โครงการเพราะที่ผ่านมาทางทส.เป็นผู้เสนอให้มีมากถึง 19 โครงการไว้แล้วแต่ถูกตัดออกไป รวมทั้งจะยื่นให้ศาลปกครองพิจารณา การประกาศดังกล่าวนี้ไว้ก่อน เพราะเห็นว่าควรจะต้องทบทวนใหม่ โดยคาดว่าจะดำเนินการใน 2 สัปดาห์หน้า ” นายศรีสุวรรณ กล่าว
คพ.ชี้คุมมลพิษมาบตาพุดเฟสเดิมยังทำต่อเนื่อง
ส่วนนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบทางมลพิษที่จะเกิดจากการเพิ่มขึ้นของโรงงานในนิคมมาบตาพุด จะมีมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะกรณีของ 76 โครงการที่ยังอยู่ในคำสั่งคุ้มครองของศาลปกครอง เพราะยังอยู่ระหว่างการประเมินศักยภาพการรองรับระดับมลพิษจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ อีกทั้งในส่วนของการแก้ปัญหามลพิษในเฟสแรก ซึ่งขณะนี้มีการประกาศเป็นพื้นที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด บ้านฉางแล้ว ระหว่างนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ โดยจังหวัดระยอง และเทศบาลมาบตาพุด ส่วนคพ.ก็ได้แก้ไขปัญหาในภาพรวม เพื่อแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกค่ามาตรฐานสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ (วีโอซี) และการควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ ให้ลดลงมากที่สุด



