ข่าว

แม่เสียสติคลั่งแทงลูกวัย5เดือนดับอนาถ

แม่เสียสติคลั่งแทงลูกวัย5เดือนดับอนาถ

01 ต.ค. 2552

แม่เสียสติคลั่งคว้ามีดปาดตาลแทงลูกน้อยวัย 5 เดือนดับพรุนสิบแผล เผยมีอาการทางประสาท ถึงขั้นทำร้ายสามีแล้วหลายครั้ง

 เมื่อเวลา14.00น. วันที่ 1 ตุลาคม 52 พ.ต.ท.สินธุ ชั้นไพบูลย์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุ มีหญิงสาวเสียสติใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 5 เดือนจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านเช่าเลขที่ 29 / 1 ม. 2 ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

 ในที่เกิดเหตุภายในห้องเช่าดังกล่าว พบศพ ด.ญ.เปรมฤทัย สมัครณรงค์ หรือน้องการ์ตูน อายุ 5 เดือน 1 วัน นอนเสียชีวิตในสภาพอนาถ ตามลำตัวมีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปาดตาลขนาด 11 นิ้ว ซึ่งตกอยู่ในเบาะข้างศพ เป็นบาดแผลฉกรรจ์ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง 10 แผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที นอกจากนี้ที่บริเวณเบาะนอน ยังพบขวดนมล้มกระจายและสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง วางอยู่บนหมอนหนุนศรีษะด้วย

 ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวนางนภาพร เหยือแสวง อายุ 29 ปี แม่ของ ด.ญ.เปรมฤทัย หรือ น้องการ์ตูน ในสภาพมืดเปื้อนเลือด นั่งอยู่ข้าง ๆ ศพของลูกสาวที่เสียชีวิต ในลักษณะตาขวางและพูดจา ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นไม่รู้เรื่อง เหมือนคนมีอาการทางประสาท

 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องนำตัวออกมาจากห้องพัก และตามตัว นายจำนอง สมัครณรงค์ อายุ 39 ปี สามีของนางนภาพร ซึ่งทำงานเป็นลูกจ้างประจำของกรมทางหลวงชนบท มาช่วยในการติตต่อสื่อสาร

 หลังจากที่ นายจำนอง เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นสภาพศพน้องการ์ตูนบุตรสาว ถึงกับร้องไห้ตรงเข้าไปกอดศพด้วยความเสียใจ และหันมาต่อว่า นางนภาพร ภรรยา ที่ยืนไม่รู้เรื่องอยู่ข้าง ๆ ว่าทำอะไรลงไป ทำไมทำแบบนี้

 จากนั้นนายจำนอง ก็ร้องไห้ฟุบลงไปกอดศพลูกสาวอีก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยยืนประกบนายจำนองใกล้ ๆ เพราะเกรงว่านายจำนอง อาจจะเกิดบันดาลโทสะทำร้ายนางนภาพร เพราะโกรธแค้นที่ฆ่าลูก ก่อนจะแยกนำตัวนายจำนองไปสงบสติอารมณ์

 สอบปากคำนายจำนองในเบื้องต้น ให้การว่า ได้อยู่กินกับนางนภาพร มาหลายปีจนเพิ่งมามีลูกด้วยกันเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา และเพิ่งมาเช่าอยู่อาศัยที่ห้องเช่าแห่งนี้ได้ไม่นาน โดยมีมารดาของตน มาช่วยเลี้ยงลูกสาวในตอนที่ตนเองกับนางนภาพร ออกไปทำงานที่เดียวกัน

 ก่อนเกิดเหตุในวันนี้ตนออกไปทำงานตั้งแต่เช้าเพียงคนเดียว เนื่องจากมารดาของตนไม่ได้เดินทางมาช่วยเลี้ยงลูก ทำให้นางนภาพร ภรรยาของตนเองซึ่งมีอาการทางประสาทมานานหลายปี และต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทเป็นประจำ ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกตามลำพัง

 ตนเองไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ไม่อย่างนั้นจะยอมหยุดงานเพื่อเลี้ยงลูกเอง และในวันนี้ยังตั้งใจที่จะรีบกลับมาดูแลนางนภาพรกับลูกด้วย แต่ก็กลับมาไม่ทัน เพราะก่อนหน้านี้ตนก็ยังถูกนางนภาพร คลุ้มคลั่งใช้มีดฟันตามตัวมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพราะเข้าใจและสงสารนางนภาพร ว่า มีอาการทางประสาทอยู่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่คิดว่านางนภาพร จะมีอาการหนักจนถึงขั้นลงมือฆ่าลูกตัวเองได้

 สอบปากคำ นางจิรารัตน์ ธูปเทียน อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านเช่า ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุคนข้างห้องได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เสียงดัง จากนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายกับเสียงตีเด็กดังขึ้นหลายครั้ง จนเสียงร้องของเด็กเงียบไปอย่างผิดสังเกต คนข้างห้องที่จึงมาเคาะเรียก และเปิดประตูเข้าเจอในสภาพดังกล่าว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 โดยก่อนหน้านี้นางนภาพร มักจะมีเกิดอาการคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายนายจำนอง เป็นประจำ เพราะเกิดอาการทางประสาท บางครั้งนั่งกินข้าวอยู่กับนายจำนอง ด้วยกัน แต่กลับต่อว่าด่าทอนายจำนองว่า ไม่ให้กินข้าว แอบขโมยข้าวกินคนเดียวหมด จนถึงขั้นทุบทีวีพังกระจายมาแล้ว แต่นางจำนอง ก็ไม่เคยโกรธหรือตอบโต้นางนภาพรเลย ได้แต่พยายามปลอบจนนางนภาพร ใจเย็นลงและกลับมาพูดจารู้เรื่องได้

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า นางนภาพร  ผู้ก่อเหตุน่าจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งทางประสาทขึ้นมาจากการที่ต้องเลี้ยงลูกเอง และรำคาญเสียงเด็กร้อง จึงก่อเหตุลงมือไปโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ก็อาจจะเกิดอาการหวาดระแวงว่าจะมีคนมาเอาตัวลูกสาวไป เพราะมีการถอดสร้อยคอห้อยพระวางไว้บนหมอนหนุนหัว เหมือนป้องกันลูกให้พ้นจกอันตราย

 อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางนภาพร เนื่องจากต้องควบคุมตัวไปส่งตรวจสภาพจิตและอาการทางประสาทที่สถาบันนิติจิตเวชหรือสถาบันกัลยาราชนครินทร์เสียก่อน ว่านางนภาพรขณะที่ก่อเหตุมีสติสัมปชัญะสมบูรณ์หรือไม่ จึงจะสามารถสรุปผลคดีได้