ข่าว

เปิดฉากประชุมผู้นำ"อาเซียน"ในระดับรมต.มีมติถกโรฮิงญา

เปิดฉากประชุมผู้นำ"อาเซียน"ในระดับรมต.มีมติถกโรฮิงญา

27 ก.พ. 2552

เปิดฉากการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มกลุ่มอาเซียน ครั้ง 14 ถกทวีภาคีไทย-มาเลย์ จับมือแก้ปัญหา 3 จ.ชายแดนใต้ อภิสิทธิ์ถึงที่ประชุมอาเซียนแล้ว ที่ประชุมรมต.อาเซียนมีมติถกปัญหาโรฮิงญา

(27 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำคนแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 หรืออาเซียนซัมมิท คือ สมเด็จฯ ฮุนเซน ผู้นำของกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ท่าอากาศยานหัวหิน ส่วนผู้นำประเทศอื่นๆ อาทิ มาเลเซีย พม่า ลาว อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบรูไน จะทยอยเดินทางมาถึงในเวลาประมาณ 18.30 น. สำหรับผู้นำจากฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จะเดินทางมาถึงในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับกำหนดการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่โรงแรมดุสิตรีสอร์ท อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันนี้จะเป็นหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 10 ประเทศ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ร่วมหารือทวิภาคีกับรมว.ต่างประเทศของมาเลเซีย ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ในเวลา 09.00-09.30น. จากนั้นในเวลา 09.30-10.30 น. เป็นการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการหารือทวิภาคีระหว่างนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ ดร.ราอิส ยาติม รัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย ที่เมื่อขึ้นในช่วงเช้าเป็นเวลากว่า 20 นาทีว่า เป็นการพบปะกันเป็นครั้งแรก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่า ไทยกับมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และยังได้มีการพูดถึงการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยฝ่ายมาเลเซียยืนยันให้ความร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ และเห็นพ้องว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของไทยเดินมาถูกทางแล้ว ด้วยการใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในลักษณะ 3 E คือ การส่งเสริมเศรษฐกิจ การสร้างงานและการส่งเสริมเป็นเจ้าของกิจกรรม

นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียเห็นว่า ผู้นำของ 2 ประเทศน่าจะร่วมกันลงไปในพื้นที่ดังกล่าวให้มากขึ้น เช่น การจัดประชุมเจบีซี ที่จะมีกำหนดวันที่กันอีกครั้ง และจัดให้มีพบปะประจำปีของผู้นำ 2 ประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของประชาชนทางตอนเหนือมาเลเซียกับประชาชนทางตอนใต้ของไทย นอกจากนี้ สองฝ่ายยืนยันจะร่วมมือกันในแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจของ 3 ฝ่าย (อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย) โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้มากขึ้น และเดินหน้าโครงการ Southern Sea Board

นายธฤต  กล่าวว่า นายกษิตได้แสดงความพร้อมในพระราชพิธีต้อนรับพระราชาธิบดีของมาเลเซีย ที่จะเสด็จฯ เยือนประเทศอย่างเป็นทางการ ในฐานะ State visit ในระหว่างวันที่ 9 - 12 มีนาคมนี้

ที่ประชุมรมต.อาเซียนมีมติถกปัญหาโรฮิงญา

เมื่อเวลา 13.50 น. นายกษิต แถลงถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่มีขึ้นเมื่อช่วงในวันนี้ (27 ก.พ.) โดยนายกษิตได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศจาก 9 ประเทศของสมาชิกอาเซียน เพราะตนเพิ่งมาใหม่ แต่ได้รับความร่วมมือและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่พัทยา ซึ่งจะช่วยกระชับความร่วมมือของอาเซียนด้านมนุษยธรรม กรณีเหตุการณ์พิบัติภัย เช่นสึนามิ โดยจะประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับภาคประชาสังคม นอกจากนี้ยังจะร่วมมือกันด้านความมั่นคง ไม่เฉพาะสงคราม หรือก่อการร้าย ทั้งนี้ ที่ประชุมยังจะเชิญรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ในครั้งต่อไปด้วย
 นายกษิต กล่าวว่า ที่ประชุมยินดีที่ประเทศพม่าตัดสินใจรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากอาเซียน กรณีเหตุการณ์ภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กีส เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี เนื่องจากในปีหน้าพม่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบัน จึงไม่อยากตัดสินใจแทนรัฐบาลใหม่ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลใหม่ของพม่าจะพิจารณาแผนการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไซโคลนนาร์กีสอีกครั้ง
 นายกษิต กล่าวว่า ในส่วนการบริหารกิจการภายในอาเซียนนั้น ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบงบประมาณ ปี 2552 โดยให้ขึ้นเงินเดือนของเลขาธิการอาเซียน และรองเลขาธิการอาเซียน เพราะเงินที่ได้รับต่ำกว่ามาตรฐาน และมีสภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบว่าจะมีการจัดประชุมอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) และอาเซียนบวก 6 (อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) ในวันที่ 10-12 เมษายนนี้ โดยรัฐบาลไทยจะกำหนดสถานที่และเสนอต่อที่ประชุมอาเซียนอีกครั้ง
 นายกษิต กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการเยือนของนางฮิลรารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ว่า นางฮิลรารีอยากกลับมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอยากสร้างความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอาเซียน
 นายกษิต กล่าวถึงกรณีชาวโรฮิงญาว่า สำหรับปัญหาผู้อพยพใฝ่หาชีวิตที่ดีกว่าซึ่งมาทางทะเล เช่น ชาวโรฮิงญา โดยได้มีการตกลงกันว่าจะหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใต้กระบวนการบาหลี ทั้งนี้เราก็ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายรัฐบาลพม่า โดยรัฐบาลพม่าพร้อมรับชนกลุ่มน้อยที่เรียกว่า ชาวเบงกอล กลับประเทศ แต่สำหรับชาวโรฮิงญานั้นก็จะปรึกษากันต่อไป โดยรัฐบาลพม่าจะปรึกษาบังกลาเทศ จากนั้นจะมีการนำปัญหาชาวโรฮิงญาเข้าสู่ที่ประชุมกระบวนการบาหลี ในวันที่ 14-15 เมษายนนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการอาเซียนได้ประสานกับพม่า เพื่อสำรวจและแยกแยะชาวเบงกอลที่มีอยู่ในพม่าว่ามีจำนวนเท่าไร แล้วนำรายงานสู่ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนอีกครั้ง
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรอบเวลาการดำเนินการไว้อย่างไร นายกษิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากชาวโรฮิงญา มีกระจายอยู่ในหลายประเทศ ทั้งประเทศต้นทาง และระหว่างทาง ซึ่งต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน ประกอบด้วย ล่าม วิธีการแยกแยะกลุ่มคน และที่สำคัญคือต้องได้รับความร่วมมือกับทางพม่า

อภิสิทธิ์ถึงที่ประชุมอาเซียนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นเวลา 14.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน โดยนั่งรถเล็กซัสสีทำ ทะเบียน THA 1 ซึ่งมีรถนำขบวนและปิดท้ายตามแบบฉบับการต้อนรับผู้นำประเทศอาเซียนที่เดินทางมาร่วมประชุม และเป็นที่น่าสังเกตว่าการเดินทางมาครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี ไม่มีภริยาร่วมเดินทางมาด้วย โดยเมื่อเดินทางมาถึงนายชาย พานิชพรพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมมอบกระเช้าชมพู่เมืองเพชรให้กับนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า จากที่ดูบรรยากาศในการเดินทางมาจนถึงสถานที่จัดการประชุม ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

 จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่โรงแรมเชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางทีมโฆษกรัฐบาลได้จัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชน ที่อาจเดินทางมายื่นข้อเรียกร้องในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน

ผู้นำมาเลเซียหนุนส่งผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับบ้านเกิด นายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บัดดาวี ของมาเลเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่หัวหิน พูดถึงกรณีผู้อพยพชาวโรฮิงญาว่าเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดในหมู่ชาติสมาชิกอาเซียน จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขซึ่งทุกชาติต้องมีจุดยืนที่แน่วแน่ พร้อมเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศต่างๆมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหานี้ และที่สำคัญ ต้องส่งคืนผู้อพยพเหล่านี้กลับคืนบ้านเกิด

 

ผู้นำมาเลเซียยังได้พูดพาดพิงถึงรัฐบาลทหารพม่าที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับว่าชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของตน ทั้งที่คนเหล่านั้นลี้ภัยออกจากพม่า และว่ามาเลเซียรู้สึกว่าปัจจัยหลายอย่างกำลังทำให้ชาวโรฮิงญาเปลี่ยนจุดหมายของการอพยพจากประเทศไทย ไปเป็นชาติอื่นรวมถึงมาเลเซียซึ่งตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของชาวโรฮิงญาที่ต้องการหนีความยากจนและการถูกกดขี่รัฐบาลทหารพม่าอยู่แล้ว

แม้กลุ่มสิทธิมนุษยชนจะเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนหยิบยกประเด็นนี้เข้าหารือในที่ประชุมสุดยอด แต่เลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีการบรรจุประเด็นนี้เข้าสู่วาระการประชุมอย่างเป็นทางการ แต่จะมีการหารือนอกรอบ