
สอบแล้วเก๋งไม่ได้ขวางนำส่งผู้ป่วยวิกฤติ
ป่อเต็กตึ๊งโร่แจ้งความอ้างเก๋งขวางนำส่งผู้ป่วยวิกฤติ ตร.สอบแล้วไม่ผิด แต่โดน 2 ข้อหา พกพาอาวุธ - ทำให้ตกใจกลัว
8 ม.ค. 61 จากกรณี ป่อเต็กตึ๊งโร่แจ้งความอ้างเก๋งขวางนำส่งผู้ป่วยวิกฤติ (อ่านต่อ...มีคลิป) ล่าสุด เมื่อเวลา 17.30 น. นายประสาน ประสงค์โชคนำชัย อายุ 56 ปี คนขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ภม 5254 กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกแจ้งความว่าขับรถขวางรถเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขณะนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนมีการถือขวานเข้ามาข่มขู่ นายคารมย์ เรืองแจ่ม อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดโยธิน เดินทางมาพบ ร.ต.ท.วรภัทร แก้วดวงเทียม ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว
นายประสาน กล่าวว่า ตนเองไม่มีเจตนาที่จะขับรถขวางรถกู้ภัยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากตนเองไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนและเสียงประกาศออกไมโครโฟนของเจ้าหน้าที่ เพราะตนได้ปิดกระจกและเปิดเพลงในรถ ตนเองก็จะมารับภรรยาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพราะลูกของตนเองคลอดก่อนกำหนด และอยู่ในห้องไอซียูมา 20 วันแล้ว ซึ่งตนเองก็มารับภรรยาอย่างนี้ทุกวัน ตนเองทำวงดนตรีอยู่และทำงานทุกวัน ส่วนที่ตนเองถือขวานลงมานั้นเพราะทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาต่อว่าตนเองก่อนจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ จึงได้นำขวานออกมา
นายคารมย์ เรืองแจ่ม อายุ 35 ปี ได้เดินทางมาพบกับ ร.ต.ท.วรภัทร เช่นกันและบอกว่า ที่ตนเองทำงานกู้ภัยมา 20 กว่าปี เคยมีเรื่องกับกู้ภัยด้วยกันเหมือนกัน แต่ถามว่ากลัวไหมกับเรื่องการข่มขู่แบบนี้ ซึ่งตนไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่ที่กลัวคืออุบัติเหตุซ้ำซ้อนมากกว่า เพราะตนเองมีประสบการณ์อุบัติเหตุซ้ำซ้อนรถกู้ภัยมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งเมื่อทั้ง 2 คนเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ต่างก็ไม่มองหน้ากัน และไม่ยอมจับมือกัน
พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ รอง ผกก. หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองก็ได้ดูคลิปวิดีโอของทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และได้สอบสวนคนขับรถยนเก๋งซึ่งปรากฏในคลิปแล้ว โดยนายประสาน บอกว่า ไม่มีเจตนาที่จะขับรถขวางรถกู้ภัยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนและเสียงประกาศออกไมโครโฟนของเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพราะปิดกระจกและเปิดเพลงในรถ และก็จะมารับภรรยาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพราะลูกคลอดก่อนกำหนดและอยู่ในห้องไอซียูมา 20 วันแล้ว จึงไม่ได้แจ้งข้อหาขับรถกีดขวางการจราจร แต่ได้แจ้งข้อหา 1. พกพาอาวุธขวานไปในเมือง หมู่บ้านในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2. ทำให้ผู้อื่นตกใจหรือกลัว มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ทั้งนี้ อยากเตือนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนมีเรื่องอะไรอยากจะให้คุยกันก่อน อย่าอารมณ์ร้อนใส่กัน เพราะอาจจะเกิดเรื่องบานปลายขึ้นมาได้



