
สุนัยจวกไทย-เขมรขัดแย้งต้นตอจากกษิต
สุนัย ตั้งกระทู้ถาม จวกไทย - เขมรขัดแย้งต้นตอจากรมว.ต่างประเทศ ด้าน มาร์ค แขวะเกิดจาก นพดล ทำแถลงการณ์ร่วมยอมรับเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ยันพร้อมรักษาดินแดนไทยโดยใช้สันติวิธี
(1ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงบ่ายนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศว่า กรณีปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ถือเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อสมเด็จฮุนเซน ประกาศกร้าวสั่งยิงไทย จึงอยากให้นายกฯพูดกับประชาชนให้หายคลายใจ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และขอให้ชี้แจงเบื้องต้นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรต่อไป และเราจะเอาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรคืนมาอย่างไร เพราะขณะนี้ทหารกัมพูชาตรึงพื้นที่ตลอด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า ปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาและความเห็นของนายกฯกัมพูชานั้น การพูดของนายกฯฮุนเซนจริงๆแล้วเป็นการพูดภายในประเทศและการพูดดังกล่าวเราได้ติดตามสถานการณ์โดยตลอด ส่วนสถานการณ์ตามบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชาเหมือนเดิมไม่ได้มีการเสริมกำลังทหารแต่อย่างใด มีเพียงการสลับหมุนเวียนกองกำลังเท่านั้น ส่วน พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ได้มีการตรึงกำลังตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จนกว่าจะมีการเจรจากัน ดังนั้นการตรึงกำลัง 2 ฝ่ายก็เหมือนเดิม
นายสุนัย กล่าวว่า ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่าการที่นายกฯฮุนเซนพูดเพราะเป็นเรื่องภายในของเขา แต่ทำไมฝ่ายโน้นเขาพูดแล้วไม่กลัว แล้วนายกฯบอกว่าเป็นความเห็นภายในประเทศเขา แต่ทำไมวอล์เปเปอร์ของนายกฯบอกว่าเป็นการหาเสียงในประเทศเขา แล้วนายกฯยอมรับความจริงหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นไหม ความบาดหมางทางจิตใจเกิดตั้งแต่สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แล้วพันธมิตรไปประท้วงมีการกล่าวหานายกฯฮุนเซนรวมถึงนายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศด้วย วันนี้ผลที่ตามมา จึงกลายเป็นความระหองระแหง ที่บอกว่าการตรึงกำลังของ 2 ฝ่ายเริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.นั้นแต่วันนี้มันหนักกว่าเดิม มีเจ้าหน้าที่รายงานว่าเขาล้อมรั้วลวดหนามหมดตรงทางขึ้นเขาพระวิหาร และขณะนี้พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่บอกทับซ้อนตอนนี้ก็เข้าไม่ได้แล้ว และข่าวล่าสุดทางหนังสือพิมพ์บอกว่าทหารกัมพูชาเคลื่อนพลมาพร้อมอาวุธหนักแล้ว จึงอยากให้นายกฯบอกความจริงกับประชาชน ไม่เช่นนั้นหากเกิดเหตุจริงเขาจะบอกว่านายกฯโกหก จึงขอถามว่า ปัญหาข้อขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน ไคล์แมกอยู่ที่รมต.ต่างประเทศ ดังนั้นจะมีการปรับครม.หรือไม่ ซึ่งปัญหาอยู่ตรงไหนควรแก้ตรงนั้น ดังนั้นนายกฯจะแก้ไขที่ต้นตอหรือไม่
นายกฯ ชี้แจงว่า คำพูดของนายกฯฮุนเซน จะมองว่าเป็นการพูดที่ผิดปกติคงไม่ใช่แต่ลักษณะการพูดหากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์มีการพูดเช่นนี้หลายครั้ง ซึ่งรัฐบาลไทยก็ยืนยันในหลักการว่าพร้อมจะปกป้องในอนาธิปไตยทุกประการ ซึ่งความขัดแย้งรุนแรงขึ้นหรือไม่ อย่างไรรัฐบาลพร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และยืนยันว่าฝ่ายกองทัพมีความพร้อม โดยเราจะยึดวิธีสันติ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องคนไทย ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงเกี่ยวกับรมต.ต่างประเทศหรือไม่นั้น ตั้งแต่เราเข้ามาเป็นรัฐบาล รมต.ต่างประเทศก็ไปเจอกับผู้นำกัมพูชาหลายเวทีก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่การที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศคิดจะไปออกแถลงการณ์ร่วมขึ้นเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของประเทศกัมพูชานั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความเครียดที่เพิ่มขึ้น และรัฐบาลสมัยนั้นก็ไปเห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ทำให้มีคนออกมาคัดค้าน ซึ่งรัฐบาลนี้ก็พยายามตามแก้อยู่ และรัฐบาลนี้ก็ได้พยายามไปทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่าการขึ้นเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้นกำลังสร้างปัญหาให้กับ 2 ประเทศ ซึ่งตรงนี้ตนว่าเป็นต้นตอของความตรึงเครียดที่เกิดขึ้น
นายสุนัย ถามต่อว่า ทำไมนายกฯไม่ใช่นักดนตรีแต่ชอบโยนกลอง แต่การที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วต้องเซ็นแถลงการณ์ร่วมกันแสดงว่าเขายังเห็นหัวเราอยู่ ที่ผ่านมานโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งเป็นรัฐบาล ย้อนกลับไปสมัยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณเป็นรมว.ต่างประเทศ ก็ยึดนโยบายต่างประเทศแบบวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนบ้านได้ ซึ่งทำให้ประเทศพม่าถึงกับสะดุ้งเพราะเราไปวิพากษ์วิจารณ์การเมืองเขา ซึ่งต่อไปหากไม่ระวังคำพูดอาจเกิดปัญหาระหว่างชายแดนไทย - พม่าอีก จึงอยากถามว่าที่นายกฯได้ไปพบกับนายบังคีมุล เลขาธิการสหประชาชาติแล้วบอกว่าได้พูดคุยเรื่องกัมพูชาด้วยนั้นเกี่ยวกับเขาพระวิหารหรือไม่ เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน นอกจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจแล้วยังเกิดปัญหาชายแดนอีก ดังนั้นขอให้นายกฯบอกว่าไปคุยอะไรกับเลขาธิการสหประชาชาติ นอกจากนี้ขณะนี้นายวีระ สมความคิด ให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้ทหารกัมพูชายึด 4.6 ตารางกิโลเมตรแล้ว หากนายกฯยังทำนิ่ง ทำเป็นไนส์สกายไม่ดำเนินการใดๆจะจดบันทึกอย่างไร ว่าดินแดนนี้เสียสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ วันนี้อาวุธมาแล้วทหารมาแล้ว แล้วรัฐบาลจะดำเนินกรอย่างไร
นายกฯชี้แจงว่า ตนไม่มีเจตนาโยนความผิดให้ใคร และตนได้พูดข้อเท็จจริงให้ฟังว่านายกฯฮุนเซนเคยพูดแบบนี้หลายครั้ง ซึ่งมันเป็นข้อเท็จจริง และที่คุยกับเลขาธิการสหประชาชาติก็เป็นการยืนยันว่าการเพิ่มพูนการค้าชายแดนก็ยังดำเนินต่อไป และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการค้าและการลงทุน และที่ผ่านมาตนเคยได้พบกับนายกฯฮุนเซน 4 ครั้งและยังพูดว่าจะไม่ให้ข้อขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหารมีผลกระทบต่อการขยายความร่วมมือด้านอื่น และยังคงเดินหน้าเรื่องอื่นต่อไป ส่วนเขาพระวิหารก็ยังเดินหน้าบริหารจัดการกันไป ส่วนทหารกัมพูชาที่เข้ามานั้น ตนยืนยันว่าเข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนนโยบายของรัฐบาล ท่าทีที่เราได้แสดงออกไปในฐานะประธานอาเซียน เราก็ระมัดระวังและพร้อมที่จะสร้างเอกภาพภายในอาเซียนให้ได้ และยอมรับสิทธิ์พลเมืองอาเซียน ส่วนการหารือกับเลขาธิการสหประชาชาตินั้นได้มีการสอบถามกันในเรื่องเขาพระวิหารและตนก็ได้ยืนยันว่า 2 ประเทศต้องการแก้ไขด้วยสันติวิธี พร้อมทั้งยืนยันการทำงานในกรอบ และชี้ให้เห็นว่าตั้งแต่ยูเนสโกเข้ามาได้สร้างความตรึงเครียดให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเรียนว่ารัฐบาลนี้มีนโยบายแน่ชัดในการรักษาดินแดน และดำเนินการอย่างรอบคอบคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและจะทำด้วยสันติวิธี ซึ่งสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาตนไม่ได้นิ่งนอนใจหรือวางใจ และไม่ประมาท ตราบใดที่กองกำลัง 2 ฝ่ายยังตรึงกำลังที่เดียวกันอยู่ เราก็ห่วงใยว่าจะเกิดการปะทะกันหรือไม่
“เสื้อแดง”จี้"อภิสิทธิ์"แจงปมสร้างถนนขึ้นพระวิหาร
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก นปช.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีปัญหาการสร้างถนนคอนกรีตขึ้นไปบนปราสาทพระวิหารว่า คนเสื้อแดงต้องการคำยืนยันจากรัฐบาลว่า นายอภิสิทธิ์ ได้รับเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาได้สร้างถนนคอนกรีต เพื่อใช้เป็นทางขึ้นปราสาทพระวิหารหรือไม่ และได้รับเรื่องจากแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อไหร่ เลขที่หนังสือเท่าไหร่ แล้วได้แสดงการทักท้วงไปเมื่อไหร่ เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจปกป้องแผ่นดินไทย
"คำถามแค่นี้ นายอภิสิทธิ์ กล้าตอบหรือไม่ และขอถามด้วยว่า วันนี้ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศหายไปไหน ทำไมเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ออกมาปกป้องประเทศ หรือว่ากำลังทำตัวเป็นขอมดำดินอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะปล่อยให้เป็น รมว.การต่างประเทศทำไม"



