
ขนไก่ไทยลุ้น 2 แชมป์
แบดมินตัน “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2018"
ความเคลื่อนไหวการแข่งขันแบดมินตัน “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2018 พรีเซ้นท์เท็ด บาย เครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น” ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พร้อมเงินรางวัลรวม 150,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการแข่งขันสะสมคะแนนอันดับโลก ที่ได้การรับรองจากสหพันธ์แบดมินตันโลก ในระดับ HSBC BWF World Tour – Super 300 โดยครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 3 รองรับการชิงชัยของนักกีฬาชั้นแนวหน้า อันดับมือต้น ๆ ของโลก ที่สมัครเข้าร่วมชิงชัยรวม 20 ประเทศ ในรูปแบบ สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนท์ ที่ผู้ชมในสนามจะได้รู้สึกสนุกกับแสง สี เสียง กีฬากับบันเทิงผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในระหว่างวันที่ 9-14 ม.ค.นี้ ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค.คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ มอบให้ พลอากาศเอกถาวรวัฒน์ จันทนาคม อุปนายกสมาคมฯ เป็นผู้แทน ทำพิธีเปิดสนามแสดงความพร้อม พร้อมให้กำลังใจนักตบลูกขนไก่ไทย ที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ทั้งหมด 37 คน ใน 5 ประเภท โดยพลอากาศเอกถาวรวัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมการทุกด้านพร้อมแล้ว ซึ่งครั้งนี้บรรยากาศของแสงสีจะเต็มรูปแบบ สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนท์ ที่ผู้ชมในสนามจะได้รู้สึกสนุกตื่นเต้นไปกับเทคนิคที่แตกต่างไปจากการแข่งขันแบดมินตันรายการอื่น ๆ โดยนำเสนอผ่านจอแอลอีดี สุดตระการตาทั่วสนาม
“สำหรับความพิเศษของการแข่งขันครั้งนี้ จะเป็นรายการแรกของไทยที่จะใช้กล้องจับความเร็วสูง หรือฮอร์คอาย ใช้ระหว่างการแข่งขัน ด้วยการสนับสนุนจากสหพนธ์แบดมินตันโลก ขอเชิญชวนแฟน ๆ กีฬาชาวไทย ให้กำลังใจนักตบลูกขนไก่ของไทยในรายการแรกของปีรายการนี้” พลอากาศเอก ถาวรวัฒน์ กล่าว
ขณะที่ เร็กซี่ ไมนากี้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมแบดมินตันทีมชาติไทย กล่าวว่า รายการนี้ถือว่าเป็นบททดสอบที่ดีของนักตบลูกขนไก่ไทย ก่อนที่จะเจอศึกใหญ่ตลอดปี 2018 เช่น รายการแบดมินตันชิงแชมป์โลก ประเภททีมชายทีมหญิง โธมัส และอูเบอร์คัพ ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพ.ค.นี้ เป็นต้น ซึ่งต้องยอมรับว่านักแบดมันตันส่วนหนึ่งของไทย ยังมีอาการเจ็บกันอยู่ แต่บางคนก็พร้อมสมบูรณ์ ที่จะสู้กับอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยเป้าหมายสำคัญอย่างน้อยก็น่าจะมีลุ้น 2 แชมป์ จากหญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ “วิว” รวินดา ประจงใจ และคู่ผสม “เอิร์ธ พุธิตา สุภจรกุล กับ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ ส่วน “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ แชมป์เก่า ร่างกายยังไม่สมบูรณ์นัก
สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันราคา 50, 100 และ 500 บาท รวมทั้งบัตรวีไอพี ที่สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ราคา 2,000 บาท (พร้อมรับของที่ระลึก) จำหน่ายบัตรที่บริเวณหน้างาน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven หรือร้านที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้ง www.allticket และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนไทยที่สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขัน ทางผู้จัดยังเดให้โอกาสนักเรียน นักศึกษา ได้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขันด้วย
โปรแกรมการแข่งขัน วันที่ 9 ม.ค. รอบคัดเลือก เวลา 09.00-22.00 น., วันที่ 10 ม.ค. รอบแรก เวลา 09.00-22.00 น., วันที่ 11 ม.ค. รอบ 2 เวลา 15.00-22.00 น., วันที่ 12 ม.ค. รอบก่อนรองชนะเลิศ เวลา 15.00-21.00 น., วันที่ 13 ส.ค. รอบรองชนะเลิศ เวลา 13.00-19.00 น. และวันที่ 14 ส.ค. รอบชิงชนะเลิศ เวลา 13.00-19.00 น.
ทั้งนี้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปชมการแข่งขันที่สนามได้ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดการแข่งขันผ่านทาง badmintontv ของสหพันธ์แบดมินตันโลก สตรีมมิ่งสุดทุกวันผ่าน BWF live streaming feed รวมทั้งการถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ ช่อง ทรูสปอร์ต เอชดี, ทางดิวิจอตทีวี ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และแอพพิเคชั่น TrueID ในรอบรองชนะเลิศ วันที่ 13 ม.ค. และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 14 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ทั้ง 2 วัน



