ข่าว

การกีฬาประเมินโค้ช
ถ้าไม่ผ่านเลิกจ้าง

การกีฬาประเมินโค้ช ถ้าไม่ผ่านเลิกจ้าง

02 ต.ค. 2552

แห่งประเทศไทย (กกท.) คุมเข้ม การจ้างโค้ชเพื่อสู่ความเป็นเลิศ เผยมี 4-5 สมาคมกีฬา ทำผลงานไม่เข้าตา “สกล วรรณพงษ์” ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ เผย หากไม่ผ่านการประเมิน ต้องให้สมาคมกีฬาเลิกจ้าง และจ้างคนอื่นมาทำหน้าที่แทน


  นายสกล วรรณพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการจัดจ้างผู้ฝึกสอนเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการประเมินผู้ฝึกสอนที่ได้รับเงินเดือนจาก กกท.ว่า จากการที่ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของโค้ชไทยและต่างชาติของทุกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ในช่วงปีงบประมาณ 2552 นั้น ปรากฏว่า มีโค้ชของ 4-5 สมาคมกีฬา ที่ยังทำผลงานได้ไม่ตรงเป้าหมายที่กำหนดไว้


 ทั้งนี้ ในปี 2553 กกท.จะเพิ่มการประเมินคุณภาพของผู้ฝึกสอนให้เข้มข้นขึ้น โดยจะประเมินทุก 4 เดือน ซึ่งโค้ชแต่ละคนต้องรายงานให้คณะทำงานทราบถึงแผนการฝึกซ้อมที่ชัดเจน ฝึกซ้อมให้นักกีฬารายใด เวลาไหน ที่ไหน ฝึกซ้อมอะไร ควบคุมการฝึกซ้อมอย่างไร และเน้นย้ำกับโค้ชไปแล้วว่า กกท.จ้างให้ฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติชุดใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่นักกีฬาระดับเยาวชน หรือผู้ฝึกสอนคนนั้นจะไปรับสอนนักเรียนตามโรงเรียนหรือสถาบันต่างๆ ซึ่งหากถ้าไม่ทำตามข้อบังคับจะมีการตักเตือนและเลิกจ้างต่อไป สำหรับงบประมาณ พ.ศ.2553 ในการสนับสนุนการจ้างโค้ชตามโครงการยังกำหนดไว้ 50 ล้านบาท เท่ากับปี 2552 ไม่มีการอนุมัติเพิ่มเติม เนื่องจากเพียงพออยู่แล้ว


 นายสกล กล่าวในตอนท้ายว่า โค้ชที่มีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นโค้ชไทยที่อยู่ในสมาคมเล็กๆ 4-5 สมาคม โดย กกท.ได้เชิญผู้แทนสมาคมนั้นๆ มาหารือแล้ว เชื่อว่าการฝึกสอนจะมีประสิทธิภาพขึ้น หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ประสานงานของสมาคมเป็นผู้ประเมินโค้ชของสมาคมและส่งรายงานให้คณะทำงานทุก 1 เดือน  เพื่อให้การประเมินเข้มข้นมากขึ้น หากยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะขอให้สมาคมนั้นๆ พิจารณาเลิกจ้างโค้ชคนดังกล่าว หรือเปลี่ยนไปจ้างโค้ชคนอื่นเข้ามาแทน