ข่าว

แตกตื่น !! นทท.แก้ผ้ากลางสนามบินภูเก็ต

แตกตื่น !! นทท.แก้ผ้ากลางสนามบินภูเก็ต

07 ม.ค. 2561

ท่าอากาศยานภูเก็ตแจงคลิปจนท.จับตัวนทท.เกาหลีคลุ้มคลั่งเดินแก้ผ้าในอาคารผู้โดยสาร ยืนยันไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง เผยผู้ก่อเหตุสารภาพกินยาปลุกเซ็กซ์ ทำไปไม่รู้ตัว

 

          จากกรณีโซเชียลมีเดียในภูเก็ตมีการโพสต์และแชร์คลิปวิดีโอขณะที่นักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติกำลังเดินแก้ผ้าอยู่ในพื้นที่ของสนามบินแห่งหนึ่ง และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานฯ พยายามช่วยกันควบคุมนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวไว้ด้วยความทุกลักทุเล แต่ในที่สุดก็สามารถควบคุมตัวได้ และนำผ้ามาปกปิดร่างกาย โดยนำตัวมานั่งสงบสติอารมณ์ และตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่ส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู รับตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

          เมื่อเวลา 10.15 น. (7 ม.ค.61) ส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ส่งหนังสือชี้แจงเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจำนวน 2 คลิป และข้อความในลักษณะตำหนิท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) เกี่ยวกับการเข้าจับกุมผู้โดยสารที่คลุ้มคลั่งของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานฯ ดังกล่าวนั้น ทางท่าอากาศยานภูเก็ตขอชี้แจงรายละเอียดให้ทราบดังนี้

          1.คลิปภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ตจริง โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 23.00 น. ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศฯได้รับแจ้งว่ามีผู้โดยสารชาย ผิวขาว รูปร่างสันทัด เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เดินเปลือยกายบริเวณหน้าห้องน้ำ หลังจุดตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสาร ห้องพักผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศฯ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฯ จำนวน 6 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้เข้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์

          2.เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมและพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้โดยสารเกิดความสงบ แต่ผู้โดยสารกลับเกิดความคลุ้มคลั่งถ่ายอุจจาระและพยายามนำอุจจาระขว้างใส่เจ้าหน้าที่และผู้โดยสารอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง รวมทั้งได้ขว้างสิ่งของเพื่อทำลายทรัพย์สินท่าอากาศยานฯ และร้านค้าต่าง ๆ บริเวณใกล้เคียง

          3.เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเข้าจับกุมเพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารท่านอื่นและความเสียหายต่างๆ ของทรัพย์สินรวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยได้พยายามนำตัวไปยังแนวทางเดินด้านหน้าห้องน้ำทิศเหนือเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารท่านอื่นเกิดความแตกตื่น แต่เนื่องจากผู้โดยสารไม่ได้สวมเสื้อผ้า ทำให้ยากต่อการจับกุม

          4.ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชายคนดังกล่าวไปนั่งสงบสติอารมณ์บริเวณศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศฯ ทราบภายหลังว่าเป็นชาวเกาหลีใต้ ถือหนังถือเดินทางประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้โดยสารคนดังกล่าวได้สติแล้วจึงได้ยอมรับว่าได้รับประทานยาปลุกอารมณ์ทางเพศเกินขนาด จนทำให้เกิดความคุ้มคลั่ง ไม่รู้สึกตัว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น ทางท่าอากาศยานภูเก็ต จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อยกเลิกการเดินทาง และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู นำตัวไปยัง สภ.สาคู เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

          อย่างไรก็ตาม ทางการท่าอากาศยานภูเก็ต ขอยืนยันว่า ไม่มีนโยบายในการใช้ความรุนแรงในการเข้าจับกุมผู้โดยสารในทุกกรณี โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฯ ทุกคนได้รับการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีเครือข่ายในการประสานงานการเข้าจับกุมผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร,ตำรวจท่องเที่ยว,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,บริษัทการบิน รวมถึงสถานกงสุลและสถานฑูตของประเทศต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักสากล ทั้งนี้ท่าอากาศยานภูเก็ตให้ความสำคัญเกี่ยวกับด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับแรกตามนโยบาย “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ” ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

          หากท่านพบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฯ ที่ประจำอยู่ทั่วบริเวณ ทภก.หรือแจ้งไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัยฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-1191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเพิ่มเติม ทราบภายหลังว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว อายุ 27 ปี เป็นชาวเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางประเทศอเมริกา เป็นผู้โดยสารของสายการบิน จินแอร์ เที่ยวบิน LJ72 และจะออกเดินทางจากภูเก็ต-ไปยังสนามบินอินชอน ในเวลา 23.30 น.ของวันที่ 4 มกราคม 2561 ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู รับตัวมาหลังเกิดเหตุ และพบว่าอาการไม่สู้ดี จึงได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจสอบร่างกาย และวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งดังกล่าว ก่อนที่จะตัวมาเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายต่อไป

 

--------------------------------

(ที่มาคลิป FB : Phuri's News)