
ศาลยุติธรรม ใส่ใจ ปัญหาสภาพคล่อง SMEs พร้อมพัฒนา ก.ม.ดูแล
"เลขาธิการฯศาลยุติธรรม" เผยศาลล้มละลายฯ กลไกสำคัญแก้ปัญหาเศรษฐกิจ คดีปี 60 นับร่วม 1.4 หมื่น สางคดีดี 1.1 หมื่น สนใจฟื้นฟูกิจการ SMEs ทั้งปีไม่ถึง 10 เรื่อง
5 ม.ค.61 - "นายสราวุธ เบญจกุล" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคดีที่เข้าสู่ศาลล้มละลายกลาง ในรอบปี 2560 ว่า คดีที่เข้าสู่การพิจารณา นอกจากคดีล้มละลายที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินเป็นจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด จนต้องเข้าสู่กระบวนการชำระสะสางหนี้สิน ให้บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายแล้ว ก็ยังมีคดีฟื้นฟูกิจการ , คดีสาขาของคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ , คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีล้มละลายและคำขอรับชำระหนี้อีกด้วย ซึ่งปี 2560 มีคดีทั้งสิ้น 13,973 คดี
ประกอบด้วย คดีฟ้องใหม่ 11,446 คดี ซึ่งแยกเป็นคดีล้มละลาย 5,209 คดี , สาขาของคดีล้มละลาย 378 คดี , ฟื้นฟูกิจการ 37 คดี , สาขาของคดีฟื้นฟูกิจการ 40 คดี , คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีล้มละลาย 19 คดี , คำขอรับชำระหนี้ 5,761 คดี ที่เหลือเป็นคดีค้างมาจากปีก่อน 2,527 คดี โดยจำนวนดังกล่าวศาลพิจารณาคดีเสร็จทั้งสิ้น 11,802 คดี
"แต่มีข้อที่น่าพิจารณาคือ คดีฟื้นฟูกิจการของ SMEs ที่มีการแก้ไขกฎหมายใหม่ มีสถิติทั้งปีไม่ถึง 10 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า SMEs ที่มีปัญหาทางการเงินไม่ได้ใช้กลไกทางกฎหมายฟื้นฟูกิจการในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะต้องมีการพิจารณา เกี่ยวกับเงื่อนไขทางกฎหมายต่อไปว่า ควรจะต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่" เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าว และว่าส่วนคำขอรับชำระหนี้นั้นแม้ว่ากฎหมายจะแก้ไขให้ไปอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว แต่ก็ยังคงมีคำขอรับชำระหนี้ที่ค้างพิจารณาอยู่ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อีก ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ยังคงต้องใช้กฎหมายเดิมทำเรื่องเสนอให้ศาลพิจารณาอยู่ คาดว่าใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงจะหมดจากระบบ ส่วนการฟื้นฟูกิจการในคดีที่ประชาชนสนใจอย่าง คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เคยมีการดำเนินคดีอาญากับอดีตผู้บริหารสหกรณ์ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการ แต่ทราบว่าก็มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ตามแผนอยู่บ้าง
เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวย้ำด้วยว่า ศาลล้มละลายกลาง เป็นศาลชำนัญพิเศษที่กฎหมายออกแบบไว้ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมุ่งหวังให้ศาลล้มละลายกลางเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาระบบเศรษฐกิจของประเทศ มุ่งคุ้มครองช่วยเหลือทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งศาลล้มละลายกลาง ได้ปรับปรุงพัฒนาทั้งระบบงานและบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง นำระบบเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการทำงานมากขึ้น ต่อไปจะมีการเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานราชการภายนอกที่ต้องใช้ฐานข้อมูลเดียวกันมากขึ้น ในส่วนของผู้พิพากษามีการจัดเตรียมหลักสูตรฝึกอบรมอย่างเข้มข้นทั้งในและนอกประเทศ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา



