ข่าว

"นายกฯ" ไม่ตอบ ภาพ "ปู" โผล่ ลอนดอน

"นายกฯ" ไม่ตอบ ภาพ "ปู" โผล่ ลอนดอน

05 ม.ค. 2561

" พล.อ.ประยุทธ์" เร่ง ส่วนราชการ ลำดับงานปฏิรูป ขณะ ยุติธรรม ชง 2 แผน กันนักโทษก่อผิดซ้ำ

 

          5 ม.ค.2561 ที่กระทรวงยุติธรรม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลัง เป็นประธานเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2561 ว่า วันนี้เป็นการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เป็นประจำช่วงทุก 2 เดือน มีการหารือและพูดคุยหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป ในการเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติว่าจะทำอย่างไรต่อไปในการที่จะนำพาทุกคนให้เกิดความเท่าเทียม ในเรื่องของโอกาส ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรก็จะต้องมีความเท่าเทียม ในส่วนของความเป็นธรรมเราจะดูแลในเรื่องของความยากจน ให้กับผู้มีรายได้น้อยซึ่งตนได้สั่งการไปแล้วทั้งหมด

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฎที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หรือยังพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เพียงแต่ส่ายหน้าเดินลงจากโพเดียมออกไปจากอาคาร และขึ้นรถกลับออกไปทันที

           ขณะที่  นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แถลงภายหลังการประชุมว่า นายกฯได้มอบนโยบายเร่งรัดให้ส่วนราชการให้ทำงานตามเป้าหมายโดยเร็ว โดยยึดหลักการปฏิรูประบบราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการตั้งเป้าหมายว่า จะต้องมีการเร่งรัดงานสำคัญที่เป็นไปตามตัวชี้วัดของประเทศให้ไปสู่ประชาชนโดยเร็วในลักษณะประชารัฐ ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน

           นางเมธินี กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งงบประมาณประจำปี 62 โดยงบฯประจำปีที่ใช้อยู่กำลังก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ซึ่งจะมีการเร่งรัดตัวชี้วัดและประเมินหัวหน้าส่วนราชการอย่างเข้มข้น ทั้งนี้นายกฯได้ให้นโยบายว่าให้การทำงานในยุคต่อไปเข้าสู่ในยุคเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านการให้ข้อมูลการบริการสาธารณะทางราชการผ่านระบบไวไฟที่มีการติดตั้งในจังหวัด ตำบลและหมู่บ้าน

            นางเมธินี กล่าวต่อไปว่า นายกฯให้หัวหน้าส่วนราชการจัดลำดับความสำคัญของงานที่แต่ละส่วนราชการมองเห็น เสนอให้นายกฯทราบภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับแผนการดำเนินงานแก้ปัญหาความยากจนนั้น แต่ละกระทรวงมีแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทุกกระทรวงจะมีแผนงานแก้ความยากจน

          "นายกฯเน้นย้ำในเรื่องนี้ ขณะที่ตัวเลขตัวเลขค่าของค่าครองชีพประชาชนที่สภาพัฒน์สำรวจอยู่ที่อัตราเฉลี่ย 2,000-2,600 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้อาจต้องปรับเปลี่ยน โดยจะนำตัวเลขนี้ไปเป็นข้อมูลทำงานในไตรมาสนี้ นอกจากนี้นายกฯยังเน้นส่วนราชการให้ข้อมูลกับประชาชนโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้งานเสร็จ" นางเมธินี กล่าว

         เมื่อถามว่า นายกฯได้พูดถึงโรดแม็ปเลือกตั้งในที่ประชุมหรือไม่ นางเมธินี กล่าวว่า นายกฯยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการตามโรดแม็ปเป็นสิ่งที่นายกฯยึดตามเจตนารมณ์ แต่ในรายละเอียดจะมีการหารือกันต่อไป เมื่อถามว่า ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.หรือไม่ นางเมธินี ตอบบว่า นายกฯไม่ได้ระบุว่าเดือนไหน

        ด้าน นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการงานในแต่ละกระทรวงตามโร้ดแมพยังคงยึดแนวทางตามโร้ดแมพ ซึ่งต้องพิจารณาตามสถานการณ์ด้วย ส่วนนี้เป็นสิ่งที่มีการพูดคุยกัน ส่วนประเด็นเรื่องเดือนหรือวันเวลาในการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้มีการพูดชัด อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอแผนงานสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเป็นการจัดทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาการก่ออาชญากรรมซ้ำ ของผู้ต้องหาและเยาวชนที่เป็นเด็ก

     นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า พบว่านักโทษเมื่อได้รับการปล่อยตัวในปีแรก จะกระทำความผิดซ้ำประมาณ 17% และในปีที่สอง ตัวเลขจะสูงขึ้นเป็น 22% และจะขยับขึ้นเป็น 27% ในปีที่สาม ถือเป็นการวัดตามค่ามารตฐานสากล ทั้งนี้การดำเนินการเราได้นำเอาข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดูว่าปัญหาและเงื่อนไขที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนมีความแตกต่างอย่างไร และการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ จะทำหน้าที่ในการทำนายสามารถสร้างกลไกตอบสนองผู้ต้องขังแต่ละคนได้ชัดเจนขึ้น คล้ายๆกับการทำประวัติเครดิต ของการกู้ยืมเงินในปัจจุบัน เป้าหมายที่จำทำให้เห็นผลในระยะเวลาสามปี คือการลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำประมาณ 10% ตรงนี้นายกฯได้รับทราบแผนงานนี้แล้ว

     นายวิศิษฏ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่สองที่กระทรวงยุติธรรมเสนอคือ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในต่างจังหวัด โดยในแผนงานจะประสานกับกระทรวงมหาดไทย สร้างกลไกยุติธรรมชุมชน ยุติธรรมจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมาย ทนายความ และคำปรึกษาต่างๆ และปีนี้จะมีกระบวนการดังกล่าวทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรม โดยมีเป้าหมายลดปัญหาข้อพิพาท และความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย ที่จะต้องได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้นายกฯไม่ได้เน้นย้ำคดีใดเป็นพิเศษ หากแต่เป็นการมองภาพรวมประชาชน คนยากจน กับคนร่ำรวยควรจะได้รับการปฏิบัติทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน