ข่าว

คดี ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ไม่คืบ นัดไต่สวนเพิ่ม มี.ค.นี้

คดี ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ไม่คืบ นัดไต่สวนเพิ่ม มี.ค.นี้

05 ม.ค. 2561

คดี ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ยังไม่คืบ เตรียมไต่สวนพยานเพิ่มเติม มี.ค.นี้ ทนายเผยยังไม่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญ เตรียมยื่นคำร้องขอศาลออกหมายเรียกดูภาพ

 

            จากคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" นักกิจกรรมชาวลาหู่ ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่านายชัยภูมิ ป่าแส มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องเครื่องรถยนต์ ขณะทำการจับกุม ชัยภูมิ ป่าแส ได้ขัดขืนการจับกุม และวิ่งหนีพร้อมทั้งพยายามปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตนเอง คดีดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจของสังคมอย่างมาก ว่าเจ้าหน้าที่ทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ประกอบกับหลักฐานชิ้นสำคัญจากกล้องวงจรปิด ที่อยู่บริเวณหน้าด่าน ซึ่งเป็นหลักฐานที่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่หลายฝ่ายพยายามเรียกร้องให้เปิดออกมา กลับถูกเก็บเงียบไม่มีการนำออกเปิดเผยให้ฝ่ายผู้ตายได้เห็น

            นายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลได้มีการนัดไต่สวนพยานนัดแรก เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ในคดี ชัยภูมิ ป่าแส ถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นการกระทำตามกฎหมายหรือเป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุหรือ เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ คดียังไม่คืบหน้ามากนัก ศาลได้นัดไต่สวนเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 13-15, 17, 21 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพยานที่เหลือ จากฝ่ายอัยการอีกจำนวน 5 ปาก ของฝ่ายแม่ชัยภูมิ ป่าแส อีกจำนวน 10 ปาก ซึ่งหลักจากไต่สวนครั้งนี้เสร็จศาลน่าจะนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับเนื้อหาของการไต่สวน มีพฤติการณ์ในการเสียชีวิตอย่างไร พร้อมทั้งส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารที่ยิง ชัยภูมิ ป่าแส หรือไม่

            สำหรับภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดี ทางทีมทนายฝ่าย ชัยภูมิ ป่าแส ยังไม่เห็นหลักฐานดังกล่าว เนื่องจากอัยการยังไม่มีการนำเสนอต่อศาลในเรื่องดังกล่าวนี้ ทั้งนี้ต้องรอดูดูการไต่สวนที่จะถึงนี้ ว่าจะมีการนำเสนอภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางทีมทนายความได้มีการปรึกษาเพื่อหาช่องทางในการนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาใช้เป็นหลักฐานประกอบคดี ด้วยการยื่นคำร้องขอให้ศาลออกมาหมายเรียกขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว เพื่อจะได้นำส่งไปในสำนวนการไต่สวนด้วย