ข่าว

 "เสก โลโซ" ไม่ได้รับสิทธิ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย!!

 "เสก โลโซ" ไม่ได้รับสิทธิ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย!!

04 ม.ค. 2561

"เลขาฯ ป.ป.ส." ชี้ พฤติการณ์ร็อกเกอร์ดัง ถูกจับดำเนินคดีอาวุธปืนหลายข้อหาก่อนตรวจ เจอสารเสพติดเพิ่ม ประวัติเก่าเคยผ่านบำบัด 4 เดือน รอบนี้อ้างกินยานอนหลับ

           4 ม.ค.61- เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) "นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย" เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีร็อกเกอร์ดัง "เสก โลโซ- เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ถูกตำรวจบุกจับกุมหลังยิงปืนขึ้นฟ้า และตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ตามข่าวที่ปรากฏต้นสัปดาห์ปีใหม่ที่ผ่านมาว่า ตามประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 108/2557 เรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัย ว่ากระทําผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด "ผู้เสพคือผู้ป่วย สมัครใจเข้าบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่ความผิด" แต่ในกรณีของ "นายเสกสรรค์" หรือ เสก โลโซ นักร้องชื่อดัง ทราบว่าถูกตำรวจดำเนินคดีหลายข้อหา อาทิ พกพาปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ , ยิงปืนในที่สาธารณะ และขัดขืนเจ้าหน้าที่ฯ รวมทั้งยังตรวจพบสารเสพติดในร่างกายเพิ่มอีก ดังนั้นเบื้องต้นกรณีของ "นายเสกสรรค์" จึงไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ ผู้เสพคือผู้ป่วย ที่สมัครใจเข้าบำบัด แล้วจะไม่เสียประวัติไม่มีความผิด

 "เสก โลโซ" ไม่ได้รับสิทธิ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย!!

         เมื่อถามว่า ส่วนที่นายเสกสรรค์ เป็นไอดอลของวัยรุ่นนั้น ควรจะมีบทลงโทษหรือมาตรการ ดำเนินการอย่างไรหรือไม่เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน "นายศิรินทร์ยา" เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนั้นอยู่ที่ศาลจะพิจารณาลงโทษตามที่พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้พิจาณ เราไม่สามารถก้าวล่วงได้ ส่วนจะตัดสินอย่างไรอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งทราบว่าจากประวัติเก่า "นายเสกสรรค์" ก็เคยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์มาแล้ว ประมาณ 4 เดือน เมื่อปี 2554 โดยครั้งนี้ "นายเสกสรรค์"ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เสพสารเสพติด แต่อ้างว่าได้กินยานอนหลับ

         "ส่วนที่ผู้เสพยาเสพติดส่วนใหญ่ หวนกลับมาเสพยาเสพติดอีกครั้งนั้น มีหลายปัจจัย อาทิ ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน สังคมไม่ยอมรับ และโรคซึมเศร้าฯลฯ สุดท้ายก็หวนกลับมาใช้ โดยทั้ง 4 หน่วยงานรัฐสำนักงาน ป.ป.ส. , ตำรวจ , ทหาร และฝ่ายปกครอง ก็ได้ร่วมกันดำเนินการในการป้องกันและปราบปรามอย่าเสพติด พร้อมนำผู้เสพมาเข้าโครงการ โดยผู้เสพคือผู้ป่วย สมัครใจเข้าบำบัด ไม่เสียประวัติ ไม่ความผิด" นายศิรินทร์ยา เลขาธิการ ป.ป.ส.ย้ำในตอนท้าย