ข่าว

ฝนถล่มเมืองกรุงการจราจรอัมพาตทั่วเมือง

ฝนถล่มเมืองกรุงการจราจรอัมพาตทั่วเมือง

01 ต.ค. 2552

ฝนตกรถติดจราจรกรุงป่วนอัมพาตหนักหลายพื้นที่ขาเข้า กทม.ชั้นในย่านธุรกิจพบอุบัติเหตุผุดชนท้ายเพราะพื้นผิวจราจรลื่นไหลกว่า 20 ราย ปลิดชีพตำรวจตลิ่งชันดับคาที่ ขณะขี่จยย.คู่ใจจากแฟลตไปโรงพัก เกิดเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง หน้าปากวงวิภาวดี 60

(1ตค.) ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) รายงานการจราจรในภาพรวมเช้าวันนี้ว่า ภายหลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ทั่ว กทม.ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม นานกว่า 14 ชั่วโมง ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนสายหลักมุ่งหน้าเข้าสู่ กทม.ชั้นในเกือบทุกสายติดขัดอย่างหนักจนถึงขั้นเป็นอัมพาตต่อเนื่องชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะย่านธุรกิจอาทิ อโศก เพชรบุรี สุขุมวิท เพลินจิต สีลม เพชรบุรีตัดใหม่ ชิดลม ราชประสงค์ พระราม 4 พหลโยธิน สุทธิสาร ลาดพร้าว ฯลฯ

 รวมถึงการจราจรบนทางด่วนบางนา ดาวคะนองฝั่งขาเข้าปริมาณรถสะสมหนาแน่น ทำให้เคลื่อนตัวได้ช้าสลับกับหยุดนิ่ง ตั้งแต่ทางขึ้นดาวคะนองยาวไปถึงสะพานพระราม 9 ขณะที่ช่วงกลางสะพาน ถนนพระราม 3 มุ่งหน้า ถนนสาธุประดิษฐ์ ยังเคลื่อนตัวได้ดี แต่จะชะลอตัวช่วงโค้งนนทรี ข้ามทางต่างระกับท่าเรือ โดยจุดนี้จะมีปัญหารถติดสะสมจากท้ายทางลงพระราม 4 ต่อเนื่องถึงทางต่างระดับ

 ส่วนทางด้านกลับกันของดาวคะนองรถเคลื่อนตัวได้สะดวก ขณะที่ทางด่วนบางนา ขาเข้ารถสะสมตั้งแต่หน้าด่านทางขึ้นยาวจนถึงทางราบสุขภิรมย์ 2 โดยรถเคลื่อนตัวได้ช้าสลับกับหยุดนิ่ง ส่วนต่างระดับท่าเรือถึงท่าดินแดง ฝั่งขาออกเคลื่อนตัวได้ แต่จะเริ่มชะลอตัวช่วงเนินพระราม 4 โดยทางร่วมช่วงมักกะสันมีรถหนาแน่น เคลื่อนตัวได้ชาสลับหยุดนิ่ง ขณะที่ทางลงเพลินจิตฝั่งเหนือท้ายติดยาวต่อเนื่องถึงโค้งบางกออกพาเหรด และทางช่วงทางลงเพลินจิตฝั่งไต้มีหางแถวสะสมถึงเนินเพลินจิต

 ส่วนการจราจรบนทางพิเศษ ศรีรัตน์ เริ่มมีรถสะสมจากหน้าด่านประชาชื่น ขณะที่ด้านด่านศรีนครินทร์มีรถมากวิ่งได้ช้าสลับกับหยุดนิ่ง ทำให้เกิดปัญหาสะสมอย่างต่อเนื่องถึงทางลง ถนนพระราม 9 โดยสภาพการจราจรติดขัดอยู่นานในช่วงระยะเวลา 06.00 น.- 09.00 น. จากนั้นจึงเข้าสู่ภาวะปกติ

 ขณะที่สภาพการจราจร กทม.ฝั่งเหนือ ขาเข้าช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนที่ผ่านมางพบว่า ถนนเกือบทุกสายมีปริมาณรถสะสมที่หนาแน่นเคลื่อนตัวได้ช้าถึงขั้นหยุดนิ่ง เนื่องจากพื้นผิวการจราจรมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรเปียกลื่น โดยเฉพาะถนนลาดพร้าวขาเข้าตัดถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อพระราม 9 แยก อสมท. มีรถสะสมเป็นจำนวนมาก ขณะที่ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้าช่วงหน้าโรงเรียนผไทอุดมศึกษา รถหนาแน่นติดขัดสะสมต่อเนื่อง ส่วนการจราจรฝั่ง กทม.ตะวันตก ถนนบรมราชชนนี ตั้งแต่ช่วงโค้งสายใต้ใหม่เข้าสะพานพระปิ่นเกล้า มุ่งหน้าสะพานพระราม 8 ขาเข้ามีรถเต็มทุกช่องทาง เคลื่อนตัวได้ช้าติดขัดช่วงทางขึ้นสะพานบางพลัดและสะพานซังฮี้

 น.ส.รัศมี จันทร์ธานี อายุ 19 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสาร รถร่วม ขสมก.สาย 12 ที่วิ่งระหว่าง ห้วยขวาง-ปากคลองตลาด กล่าวว่า ตลอดช่วงเช้าของวันนี้ ต้องประสบกับปัญหาการจราจรที่ติดขัด เกือบตลอดทาง ซึ่งปกติออกจากอู่ห้วยขวางตั้งแต่เวลา 06.00 น. ไปกลับยังปากคลองตลาดจะวิ่งได้กว่า 3 เที่ยวในชั่วโมงเร่งด่วน แต่วันนี้ ยังวิ่งได้แค่ 2 เที่ยวเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเก็บเงินค่าโดยสารค่อนข้างมาก แต่เมื่อฝนหยุดตกแล้ว การจราจรก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกสาเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัดนอกจากน้ำท่วมขังผิวการจราจรและการจราจรลื่นไหลแล้วยังมีเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่นับเป็นสาเหตุหลักก็ว่าได้ จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 07.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้าเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ตลิ่งชัน เสียชีวิต 1 รายคือ จ.ส.ต.ไกรสร คงสมบูรณ์ อายุ 38 ปี โดย พ.ต.ท.มานิต เกษมศิริ สารวัตรสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยายนต์ฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ 400 สีดำ ทะเบียน รวย 9 กทม. เสียหลักชนต้นไม้ บริเวณปากซอยวิภาวดี 60 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุสร้างความเศร้าสลดแก่ผู้พบเห็นเหตุการณ์และผู้ที่ผ่านไปมา

 นอกจากนี้ยังพบอุบัติเหตุอีกจุดเป็นรถบรรทุก 10 ล้อ เสียหลักพลิกคว่ำขวางถนน ที่ถนนสุขสวัสดิ์ เยื้อง รพ.บางปะกอก 3 เป็นอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ บรรทุกยางมะตอย ของบริษัททิปโก้แอสฟัลท์ ถูกรถขับปาดหน้า คนขับเบรกรถกะทันหัน ทำให้รถพลิกคว่ำตะแคงกีดขวางถนนสุขสวัสดิ์ ทั้งขาเข้าและออก ทำให้ยางมะตอย เทลงมาบนผิวจราจร ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้ช่วยกันเลาะยางมะตอย ออกจากผิวจราจร ทำให้การจราจรใช้ได้เพียง 1 ช่องทางเท่านั้น อย่างไรก็ตามพบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันเพราะฝนตกถนนลื่นในพื้นที่ กทม.กว่า 20 รายส่วนใหญ่ชนท้ายกันเพราะเบรคไม่ทัน พบผู้เสียชีวิตเพียง 1 รายเท่านั้น

 ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร รองผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า จุดที่มีฝนตกลงมาหนักที่สุดในค่ำคืนที่ผ่านมาคือ พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีปริมาณมากถึง 85 มิลลิเมตร ในย่านคลองภาษีเจริญ ย่านทวีวัฒนา ส่วนฝั่งพระนครเป็นย่านคลองเตย สาทร เป็นจุดที่มีฝนตกหนักรองลงมา คือ ประมาณ 40 มิลลิเมตร ส่วนในจุดอื่นนั้นจะมีเพียงฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อยเท่านั้น

 นายสัญญา กล่าวว่า ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกทั่วกรุงในครั้งนี้จะเป็นเรื่องการจราจรที่รถเคลื่อนตัวได้ช้า เนื่องจาก ได้รับผลกระทบมาจากถนนลื่น แต่เรื่องน้ำท่วมขังผิวจราจรถึงขั้นวิกฤติ ขณะนี้ยังไม่พบ แต่อากาศขณะนี้ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และน้ำในลำคลอง ขึ้นมาจากเดิมประมาณ 30 ซ.ม. จึงได้กำชับให้ จนท. เดินเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั่ว กทม. เพื่อเร่งระบายน้ำตามคลองต่างๆ ให้มากที่สุด พร้อมรับฝนที่อาจจะตกลงมาอย่างหนัก และกันน้ำเอ่อท่วมพื้นผิวจราจรด้วย