ข่าว

ปืนดุ !! ทนาย รัว 7 นัด ใส่สาวดับคาปั๊มน้ำมัน

ปืนดุ !! ทนาย รัว 7 นัด ใส่สาวดับคาปั๊มน้ำมัน

01 ม.ค. 2561

ทนาย รัวปืน 7 นัดใส่สาวดับคาปั๊มน้ำมัน ก่อนยิงขมับตัวเอง ตำรวจคาดปมชู้สาว และปัญหาธุรกิจ

 

            1 ม.ค.60 - เมื่อเวลา 13. 00 น. พ.ต.ท สายัญ แบ่งสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งในสถานีบริการน้ำมัน ริมถนนมิตรภาพ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ

            ในที่เกิดเหตุอยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้านกาแฟ พบรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีแดงเลือดหมู ทะเบียน ขก2525กรุงเทพ พบร่างนายสุรชัย เจริญศิริมณี อายุ50ปี อยู่บ้านเลขที่293ถ.มหาดไทย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีร่องรอยอาวุธปืนยิงเข้าขมับขวา อาการสาหัส หายใจรวยริน หน่วยกู้ชีพสว่างเมตตาโคราช ได้ปฐมพยาบาลแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

            ส่วนล้อหลังซ้ายพบศพนางสาวรุ่งอรุณ เจริญศักดิ์ อายุ 34 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 282 บ้านกรูด หมู่11ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาดจุด 380 เข้าที่ใบหน้าและตามร่างกาย 7 นัด ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุห่างจากรถยนต์คันดังกล่าวเล็กน้อย พบอาวุธปืนพกสั้นขนาดจุด 380 คาดเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุหล่นอยู่ ส่วนภายในรถเก๋งฮุนไดสีเทา ทะเบียน ขจ 8007 นครราชสีมา พบแผ่นกระดาษสีเหลือง3ใบ มีข้อความเขียนด้วยลายมือข้อความระบุสั่งเสียให้ช่วยดูแลครอบครัวด้วย

            พ.ต.อ ปฏิยุทธ์ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่านายสุรชัย มีอาชีพทนายความ เปิดสำนักงานตั้งอยู่เยื้องสี่แยก รพ.ป.แพทย์1และทำธุรกิจส่วนตัว โดยก่อนเกิดเหตุนายสุรชัย ขับรถฮุนได ส่วนนางสาวรุ่งอรุณ เป็นบุคลากรประจำห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์สังกัดอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง ขับรถซีอาร์วี มาจอดในสถานีบริการเชื้อเพลิง คาดว่าทั้งคู่นัดหมายมาพบกัน เมื่อฝ่ายหญิงเปิดประตูรถก้าวเท้าเดินลงมาเล็กน้อย ฝ่ายชายเดินตามหลังแล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงถึง 7 นัด ท่ามกลางสายตาผู้มาใช้บริการในสถานี

             สันนิษฐานเบื้องต้นนายสุรชัย ได้เตรียมการมาพูดคุยเคลียร์ปัญหา โดยเขียนจดหมายไว้ล่วงหน้า แต่ฝ่ายหญิงไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง ทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจใช้ปืนยิงหลายนัดก่อนจะเข้าไปในรถซีอาร์วีแล้วใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับตัวเองหนีความผิด ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากปัญหาชู้สาวและขัดแย้งทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามจะเชิญพยานใกล้ชิดมาสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง