1 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อผ่อนคลายการดำเนินกิจกรรมให้พรรคการเมือง เตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ จนเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ อย่าง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาคัดค้านคำสั่งดังกล่าว
ล่าสุด พล.ท. กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1) กล่าวถึง ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในปีนี้ ไม่แตกต่างกับปีที่ผ่่านมา ในส่วนของทหารยังคงเข้มงวดในการปฏิบัติงาน ไม่มีหย่อนยาน เพราะเราต้องทำงานทุกอย่างควบคู่กันไปตามนโยบายของรัฐบาล และโรดแม็พของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่วนกลุ่มใดที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทุกกรณี พร้อมทั้งการประกบติดกลุ่มเคลื่อนไหวที่จะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจ
พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนมั่นใจต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ที่จะดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสานให้มีความเรียบร้อย ทั้งนี้ จากสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ ตร. ทหาร ประชาชน ให้ความร่วมมือ และก็ถือเป็นหน้าที่ของเราในการสร้างสภาวะแวดล้อมให้สงบเอื้อต่อการเลือกตั้ง ตนตั้งใจจะเดินทางพบผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเน้นย้ำในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ด้าน พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ เราได้พูดคุยกับนักการเมืองอาวุโส อาทิ นายไพโรจน์ โล่สุนทร อดีตส.ส.ลำปางพรรคประชาธิปตย์ นายนิพิฐ จันทรสุรินทร์ อดีตส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย ที่บอกกับตนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามโรดแม็พก่อน ถ้าโรดแม็พดำเนินการเสร็จแล้วจะให้พวกเขาทำอย่างไรก็ให้บอกมา ซึ่งเราจะต้องดำเนินการตามกระบวนการในตอนนั้น ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองในพื้นที่จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พิษณุโลกและจ.ลำปาง เราคุยกันรู้เรื่องในทุกพรรค
พล.ท.วิจักขฐ์ กล่าวว่า เราได้ย้ำและขอความร่วมมือว่าตอนนี้กระบวนการเลือกตั้งยังไม่ได้เริ่ม ขอให้กระบวนการเริ่มก่อนจะดำเนินการอย่างไรต่อก็ให้เป็นไปตามนั้น แต่ในช่วงปีใหม่นี้จะไปรดน้ำดำหัว จะไปทำบุญ สามารถกระทำได้ เพราะเราเข้าใจวิถีคนเมือง หรือคนเหนือ เรามีประเพณีของเรา เพียงแต่อย่าเพิ่งหาเสียง แจกปฏิทินที่ล่อแหลม หรือขันน้ำต่างๆ อย่าเพิ่งทำเลย ขอให้ทำอย่างอื่นก่อนดีกว่า
“ที่ผ่านมาเราคุยกันรู้เรื่อง และทุกคนให้ความร่วมมือ พร้อมทั้งยังให้คำแนะนำด้วย เช่นบางคนบอกว่าถ้านักการเมืองเด็กรุ่นใหม่คนไทยเกเรและอยู่ในความดูแลของใคร ขอให้ไปบอกผู้อาวุโสของเขาให้เขาจัดการกันเอง อบรมในส่วนของเขาจะดีกว่า ส่วนความเคลื่อนไหวใต้ดินหรือกองกำลังติดอาวุธนั้นยืนยันว่าไม่มี ผมไม่ห่วงกลุ่มนักการเมือง แต่ห่วงกลุ่มนักวิชาการมากกว่า เพราะเรื่องความคิดเราห้ามกันไม่ได้ ยอมรับว่าบางสิ่งบางอย่างเหมือนถังแก๊ส เราต้องเปิดรูให้เขาบ้าง แต่ขออย่าไปแตะเรื่องการเมืองมาก ขอให้เน้นเรื่องวิชาการไปก่อน” พล.ท.วิจักขฐ์ กล่าว
ขณะที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่4 กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม รวมทั้งพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันอยากให้ทหารเป็นกลางทางการเมืองไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่เราจะให้การสนับสนุนทุกฝ่าย และย้ำว่าไม่ได้เพ็งเล็งกลุ่มใดเป็นพิเศษ ซึ่งทหารทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องการเมืองก็ขอให้เป็นเรื่องการเมืองไป ทหารจะไม่เข้าไปยุ่ง อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก ทุกอย่างยังคงอยู่อย่างปกติ
"หากมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ผมจะไม่เรียกมาพูดคุย เพราะไม่ชอบพูดคุยกับใคร และจะไม่สั่งให้ผู้บัญชาการกองพล และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกในพื้นที่เรียกมาพูดคุยทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น ผมเคยย้ำไปแล้วว่าไม่ต้องไปเรียกมาพูดคุย ถ้ายิ่งทหารไปรู้จักแล้ว จะทำให้จับยาก ถ้าเราไม่รู้จักกันก็จับง่ายดี” พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว