
อิทธิพล-จนท.รัฐยังพัวพันค้ามนุษย์
ดีเอสไอเผยรับคดีพิเศษค้ามนุษย์ข้ามชาติ 7 คดี สอบระบุอิทธิพลท้องถิ่น-จนท.รัฐมีเอี่ยว เชื่อมโยงฟอกเงินร่วมกับนักค้ายาเสพติด
31 ธ.ค.60. พ.ต.อ. ทรงศักดิ์. รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการป้องกันปราบปราม และการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์รวมถึงการติดตามพฤติกรรมผู้กระทำความผิดการจัดทำข้อมูลด้านการข่าวที่มีความเกี่ยวโยงกับการกระทำความผิดฐานการค้ามนุษย์ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเอกชนทั้งในและต่างประเทศที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ว่า. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ดีเอสไอรับคดีค้ามนุษย์ไว้เป็นคดีพิเศษ 7 คดี สอบสวนเสร็จ 4 คดี ยังคงค้างอีก 3 คดี นอกจากนี้ยังมีคดีที่เป็นสำนวนสืบสวน 23 เรื่อง สืบสวนเสร็จ 9 เรื่อง ค้างกาคสืบสวน 14 เรื่อง เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง 5 เรื่อง แล้วเสร็จ 2 เรื่อง คงค้าง 3 เรื่อง ในจำนวนนี้คดีสำคัญที่ดำเนินการจนเสร็จสิ้นไปแล้ว คือ คดีภูเรือค่าภูเรือคาเฟ่ และคดีช่วยเหลือหญิงไทย 2รายที่ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ และหญิงสาวชาวโมร็อกโกที่ถูกหลอกลวงมาค้ามนุษย์ โดยมีเหยื่อจำนวน 2 คนที่หลบหนีจากสถานที่ถูกบังคับให้ทำงานค้าประเวณีย่านสุขุมวิท
คดีที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การต่อต้านการค้ามนุษย์(NVADER) ได้เข้าไปให้ช่วยเหลือหญิงบริการทางเพศชาวไทใหญ่ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จากร้านชมดาวคาราโอเกะใน จ.กาญจนบุรีซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการรับส่วย คดีหญิงสัญชาติเมียนมาร์ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกขบวนการนายหน้านำพาจากประเทศเมียนมา เข้ามาขายบริการทางเพศในไทย
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า การสอบสวนคดีค้ามนุษย์ทุกครั้งจะพบผู้มีอิทธิพลในระดับท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องตลอด แต่หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้รัฐบาลไทยได้รับการปรับเพิ่มสถานะจากระดับ Tier 3 เป็น Tier 2(Watch list) ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report 2016)ของประเทศสหรัฐอเมริกาปีงบประมาณ 2560
“สำหรับปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศ พบว่าการค้ามนุษย์เพื่อนำมาใช้กดขี่แรงงานลดน้อยลง คงเหลือแต่การค้ามนุษย์เพื่อนำไปค้าประเวณี ซึ่งมีทั้งคนไทยตกเป็นเหยื่อ และคนต่างชาติถูกลวงเข้ามาบังคับค้าประเวณีในไทย จากแผนประทุษกรรมพบว่าขบวนการค้ามนุษย์เกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และมีเจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุนช่วยเหลือ ทำให้การจับกุมหลายครั้งตรงจพบบัญชีส่วย เมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินยังพบความเขื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอีกด้วย “ รองอธิบดีดีเอสไอระบุ



