ข่าว

'เทพเทือก'ยอมรับ'นิพนธ์'ลาออก

'เทพเทือก'ยอมรับ'นิพนธ์'ลาออก

01 ต.ค. 2552

“สุเทพ” ยอมรับ“นิพนธ์”ลาออกจริง แต่ยังไม่เห็นใบลา โยนเหตุผลส่วนตัวไม่ใช่รับผิดชอบแทนรัฐบาล ปัดเป็นกาวใจให้ “มาร์ค”ประสานรอยร้าว

(1ต.ค.) เวลา 09.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่านายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพราะไม่พอใจเกี่ยวกับการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตั้งพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ เป็นรักษาการ ผบ.ตร. ว่า ตนยังไม่มีโอกาสได้เห็นหนังสือลาออก ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่

 เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายนิพนธ์บ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้สอบถาม และจนถึงขณะนี้ตนก็ยังไม่มีโอกาสเห็นหนังสือลาออก

 เมื่อถามว่าแล้วข้อเท็จจริงมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายนิพนธ์จะลาออกจริง นายสุเทพ กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้  ส่วนเหตุผลก็ต้องไปถามนายนิพนธ์เอง

 ถามว่านายนิพนธ์ได้ปรับทุกข์ให้ฟังบ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงบอกไม่ได้ เพราะไม่ว่านายนิพนธ์จะตัดสินใจอย่างไร หรือเขียนในใบลาออกไว้อย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ แต่ไม่ว่านายนิพนธ์จะคิดอย่างไร ก็ต้องเคารพในเหตุผลและการตัดสินใจ และเข้าใจ

 ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้นายนิพนธ์ตัดสินใจลาออกนั้นเกี่ยวกับการตั้งพล.ต.อ.ปทีป เป็นรักษาการ ผบ.ตร.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร

 ถามว่าเกรงว่าผลจากเรื่องนี้จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหากับพรรค เนื่องจากนายนิพนธ์เป็นรองหัวหน้าพรรค ถึงแม้จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังทำงานให้พรรคได้ดี ที่ถามมาตนตอบได้เท่าที่ตอบได้ บางอย่างก็ไม่สามารถตอบได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของการพิจารณาตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนใหม่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ถูกต้อง

 ถามว่านายกรัฐมนตรีได้มาหารือหรือไม่ เพราะมีข่าวว่านายอภิสิทธิ์ได้พยายามยับยั้งการลาออกของนายนิพนธ์ แต่ไม่สำเร็จ นายสุเทพ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และเมื่อวาน (30 ก.ย.) ตนก็ไม่ได้พบกับนายอภิสิทธิ์เลย เพราะต่างคนต่างมีภารกิจ

 ส่วนการลาออกของนายนิพนธ์ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบส่วนตัว ไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องแยกแยะกันให้ดี แต่รู้สึกว่าวันนี้ผู้สื่อข่าวจะตั้งคำถามที่ตอบยากทั้งนั้น

 เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าโอกาสการขึ้นเป็น ผบ.ตร.ของพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ที่นายนิพนธ์ให้การสนับสนุนนั้นจะลดลง เนื่องจากนายนิพนธ์ได้ลาออกไปแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ตอบไม่ถูก

 เมื่อถามย้ำว่าแล้วส่วนตัวมีแนวคิดที่จะตัดสินใจลาออกตามนายนิพนธ์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่และตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งรัฐบาลว่าจะทำงานให้กับบ้านเมืองในภาวะที่เกิดวิกฤติ ดังนั้นก็จะอยู่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยยึดถือประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

 ต่อข้อถามที่ว่าการที่นายนิพนธ์ลาออกจะมีผลกระทบต่อตัวนายสุเทพด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีผลอะไร แต่หากมีอะไรมากระทบกับการทำหน้าที่ ตนก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ก็มีข่าวว่านายสุเทพไม่เห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยแสดงเช่นนั้น

 ต่อข้อถามว่ามองว่าการลาออกของนายนิพนธ์จะส่งผลกระทบไปถึงพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ เพราะก็มีท่าทีสนับสนุน พล.ต.อ.จุมพลเช่นเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ

 “ไม่ว่านายนิพนธ์จะลาออกหรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่การแสดงความรับผิดชอบต่อรัฐบาล หรือต่อพวกเรา แต่คงเป็นเหตุผลความจำเป็นส่วนตัวของนายนิพนธ์เอง ซึ่งผมจะไปพูดแทนไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะมาถามว่าจะมีการแสดงความรับผิดชอบเรื่องคนอื่น ๆ อีกหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ใครจะต้องมาแสดงความรับผิดชอบอีก” นายสุเทพ กล่าว

 เมื่อถามว่าไม่ว่านายนิพนธ์จะลาออกหรือไม่ก็ยืนยันว่าไม่กระทบกับพรรคภูมิใจไทยและจะส่งผลให้ตัวเองต้องประกาศลาออกตามไปด้วยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เหตุผลที่พยายามตั้งรัฐบาล ก็เพื่อเข้ามาแก้ไขวิกฤติของบ้านเมือง และดูแลความมั่นคงของประเทศ เพราะไม่ต้องการเห็นปัญหารุนแรงมากไปกว่านี้ ที่สำคัญคือต้องการให้คนไทยคิดว่ามีหน้าที่ที่ต้องดูแลปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าตำแหน่งผบ.ตร.เพียงตำแหน่งเดียวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับตนเชื่อว่าไม่มีผลกระทบ และไม่เห็นว่าตำแหน่งนี้เพียงตำแหน่งเดียวจะส่งผลอะไรต่อรัฐบาล  ถามว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะส่งผลต่อเสียงสนับสนุนในการเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะเมื่อพูดออกไปจะหาว่ายกตัวเอง แต่ต้องบอกว่ากว่าที่ตนจะมาเป็นเลขาธิการพรรค ก็ได้ทำงานให้กับพรรคมาถึง 31 ปี

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรเพราะขณะนี้มีข้าราชการเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก แต่กลับยังไม่มีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่แทน ทั้งตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และข้าราชการตำรวจตามโครงสร้างใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐบาลคือแก้ปัญหาทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะขณะนี้มีปัญหาใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ส่วนบางเรื่องที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ก็ต้องแก้กันเป็นรายกรณี บางเรื่องสามารถทำได้โดยรวดเร็ว แต่บางเรื่องมีอุปสรรคทำให้ล่าช้า ก็ต้องแก้กันไปเรื่อยๆ เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะตั้ง พล.ต.อ.ปทีป เป็นรักษาการ ผบ.ตร.ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเกษียณนั้น ในทางกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร เพราะคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็คิดแก้ไขปัญหาอยู่ทุกวัน

 เมื่อถามว่าในการแถลงข่าวจับยาเสพติดเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ที่อยู่พร้อมกันทั้ง พล.ต.อ.ปทีป และ พล.ต.อ.จุมพล ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้

 เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่นายนิพนธ์ลาออกเพราะต้องการสร้างเงื่อนไขให้นายกรัฐมนตรีรีบตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “คุณนิพนธ์ไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยม ไม่ใช่คนที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมไปดำเนินการอะไร หากจะทำอะไรก็ทำด้วยความชัดเจน ผมจึงไม่เชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณนิพนธ์ต้องการกดดัน เพราะไม่ใช่ และไม่อยากให้ไปเข้าใจคุณนิพนธ์ผิด

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วนายนิพนธ์จะยังทำหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อไปโดยไม่มีการลาออก นายสุเทพ กล่าวว่า พูดยาก เพราะเป็นเรื่องระหว่างนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตนคงไปพูดแทนไม่ได้ 

 ต่อข้อถามที่ว่าทำไมวันนี้นายสุเทพจึงมีท่าทีที่เคร่งเครียดมากกว่าปกติ หลังจากที่มีข่าวการลาออกของนายนิพนธ์ นายสุเทพ กล่าวว่า “พวกคุณเล่นถามคำถามยากๆ มาถามว่าคนอื่นเขารู้สึกอย่างไร ผมจะไปตอบแทนได้อย่างไร เรื่องนี้ผมต้องคุยกับนายนิพนธ์ เพราะผมเป็นเพื่อน เป็นญาติกัน ก็ต้องคุยกัน เพราะรักกันมาก จึงเข้าใจ ส่วนการปรับทุกข์กันนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องนี้ตนคงไปทำความเข้าใจแทนไม่ได้ ที่ผ่านมาก็ได้คุยกันมาเรื่อย ๆ เกือบทุกเรื่อง เพราะมีความใกล้ชิด เป็นทั้งเพื่อนและทั้งญาติ ผมจึงบอกว่าเคารพในความคิดของนายนิพนธ์ และเข้าใจความจำเป็น ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร แต่เมื่อมีข่าวผมจึงไม่ไปขุดลึกก้นบึ้งหัวใจของใครมากไปกว่านี้ แต่เชื่อเหตุผลที่ลาออกนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

 ต่อข้อถามว่าแสดงว่าจริง ๆ แล้วทราบเหตุผลที่แท้จริงในการลาออกของนายนิพนธ์ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายนิพนธ์  เมื่อถามว่าหากนายนิพนธ์ลาออกจริง จะให้ไปทำหน้าที่ในส่วนใดแทน นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็คงไม่ได้มาทำอะไรที่ทำเนียบรัฐบาลอีก แต่ก็ยังมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ก็คงต้องทำงานให้พรรคต่อไป

 ถามว่าหากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นตัวกลางในการประสานยับยั้งไม่ให้นายนิพนธ์ลาออกจะรับหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถไปช่วยได้ เพราะเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าปัญหาที่ทำให้นายนิพนธ์ต้องลาออกนั้น เนื่องจากมีเด็กดื้อไม่รับฟังความคิดเห็นเรื่องตั้ง ผบ.ตร.นายสุเทพ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า  “ ว่ากันมากไป ไม่เป็นอย่างนั้นหรอกครับ”