ข่าว

ทิ้งกระจาดข้าวสารถวายเป็นพระราชกุศล 250ปีพระเจ้าตากสินมหาราช

ทิ้งกระจาดข้าวสารถวายเป็นพระราชกุศล 250ปีพระเจ้าตากสินมหาราช

28 ธ.ค. 2560

ทิ้งกระจาดข้าวสารถวายเป็นพระราชกุศล 250ปีพระเจ้าตากสินมหาราช

               วันที่ 28 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหล่าประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธา ในองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ร่วมกันประกอบพิธีเทกระจาดแจกข้าวสาร จำนวนกว่า 1,000 ถุง ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีฐานะยากจน และผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อสร้างมหากุศล ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชชาติไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 250 ปี แห่งการปราบดาภิเษก โดยมีนางรำ และวงกองยาว มาสร้างความครื้นเครงถวาย ณ เบื้องหน้าศาลประทับพระรูปทรงเก๋งจีน ซ.สัตหีบสุขุมวิท 41 (เขาเพชร) ม.3ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกันนี้ ได้มีโรงทานอาหารคาวหวานนานาชนิด ไว้ให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอรับกันอย่างเนืองแน่นได้รับประทานกันอิ่มท้อง

                 นาวาตรี พัชรพล ปานรักษ์ ในฐานะประธานการจัดงาน กล่าวว่า ตนพร้อมครอบครัว และเหล่าศิษยานุศิษย์ ต่างให้ความเคารพ ด้วยแรงศรัทธาจึงได้ร่วมกันรวบรวมกำลังทรัพย์ จัดสร้างศาลที่ประทับพระรูปของพระองค์ท่านขึ้น ในพื้นที่ส่วนบุคคล แต่เปิดให้ประชาชนทั่วไป ได้เข้ามากราบไหว้สักการะ และในทุก ๆ ปี เมื่อถึงวันปราบดาภิเษก ก็จะร่วมกันจัดพิธีเทกระจาดข้าวสาร และโรงทาน ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ดวงพระวิญญาณของพระองค์

                  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ สมเด็จพระบรมราชาที่4มีพระนามเดิมว่า สิน (ชื่อจีนเรียกว่า เซิ้นเซิ้นซิน) พระราชบิดาเป็นจีนแต้จิ๋ว ได้สมรสกับหญิงไทยชื่อ นกเอี้ยง ภายหลังเป็นกรมสมเด็จพระเทพามาตย์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยอาณาจักรธนบุรี ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่28ธันวาคม พ.ศ.2310เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่6เมษายน พ.ศ.2325เมื่อมีพระชนมายุได้48พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ15ปี พระราชโอรส-พระราชธิดา รวมทั้งสิ้น30พระองค์

                 พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น และยังทรงทำสงครามตลอดรัชสมัย เพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่น เช่นเดียวกับขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่28ธันวาคมของทุกปีเป็น“วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน”และยังทรงได้รับสมัญญานามมหาราช