
"ผลิต-บริโภค"ฉุดเศรษฐกิจส.ค.แผ่ว นายกฯมั่นใจไตรมาส4บวก-เล็งปรับแผนใช้เงินกู้กระตุ้น
ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนส.ค.เริ่มแผ่ว การผลิตและการบริโภคหดตัว นายกฯ มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัว ไตรมาสสุดท้ายจีดีพีเป็นบวกแน่ รายได้ภาษีไหลเข้าคลังมากขึ้น เตรียมโยกเงินกู้ที่เหลือหลังโปะคลังใช้กระตุ้นภาพรวม
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงถึงเศรษฐกิจประจำเดือนสิงหาคม 2552 ว่าเศรษฐกิจรวมมีการชะลอลงจากเดือนกรกฎาคม โดยเครื่องชี้การผลิต การบริโภคภาคเอกชนและการนำเข้าหดตัวจากเดือนก่อน ขณะที่การส่งออกทรงตัว แต่เครื่องชี้หลายตัวยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยว รวมทั้งแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายภาครัฐ
สำหรับดัชนีอุตสาหกรรมนั้น ยอมรับว่าหดตัวทั้งการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและเพื่อส่งออก ส่วนหนึ่งมาจากการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงก่อนหน้า เช่น หมวดสิ่งทอและหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการขาดแคลนวัตถุดิบในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากเร่งผลิตก่อนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน ได้รายงานตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจให้ที่ประชุมรับทราบว่า ตัวชี้วัดหลายตัวปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น การจัดเก็บรายได้ที่ดีขึ้นทำให้รัฐบาลใช้เงินกู้ที่จะนำมาชดเชยเงินคงคลังจริงประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 2 แสนล้านบาท ตัวเลขการว่างงานก็ไม่น่าจะเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกและการนำเข้าสินค้าทุนก็ดีขึ้น
"เป็นไปได้มากที่เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเป็นบวกตามเป้าของรัฐบาล ซึ่ง ครม.เศรษฐกิจจะพิจารณาเรื่องระยะกลางและระยะยาวมากขึ้น เช่น แผนพัฒนาระบบราง และจะมีการพิจารณาปรับยุทธศาสตร์การใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. ในส่วนที่เหลือจากการนำไปชดเชยเงินคงคลังที่ต่ำกว่าเป้าหมายกว่า 1 แสนล้านบาท ว่าจะนำไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมด้านต่างๆ เช่น ระบบขนส่ง แหล่งน้ำ อย่างไร" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือนสิงหาคม 2552 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 88.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 89.9 ในเดือนกรกฎาคม มีสาเหตุจากยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต และผลประกอบการลดลง เนื่องจากบางอุตสาหกรรมเริ่มปรับสต็อกสินค้าสูงขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว จึงชะลอการสั่งซื้อลง
ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 100 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับไม่ดี เพราะผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น และเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ



