ข่าว

ศก.ดีขึ้นรัฐเล็งปรับยุทธศาสต์ใช้งบโล่งอกคลังรีดภาษีได้มาก-เชื่อมั่นอุตฯส.ค.เริ่มแผ่ว

ศก.ดีขึ้นรัฐเล็งปรับยุทธศาสต์ใช้งบโล่งอกคลังรีดภาษีได้มาก-เชื่อมั่นอุตฯส.ค.เริ่มแผ่ว

01 ต.ค. 2552

นายกฯ ปลื้มเศรษฐกิจกระเตื้อง คลังเก็บภาษีได้มากขึ้น มั่นใจไตรมาสสุดท้ายเป็นบวกแน่ เล็งปรับยุทธศาสตร์ใช้เงิน พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้าน ดึงใช้ดูแลภาพรวมมากขึ้น ความเชื่อมั่นอุตฯ เดือนสิงหาคมวูบ หลังคำสั่งซื้อชะลอ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ว่า ได้รับรายงานของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น การจัดเก็บรายได้ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มในรอบ 2 เดือน ที่ผ่านมา มีการจัดเก็บได้ดีขึ้น จากเดิมที่ประเมินว่าช่วงต้นปีจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ

 "แต่ตอนนี้สรุปได้ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่มีแผนจะกู้เงินมาช่วยในการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณนั้น มีความจำเป็นที่ต้องใช้เพียง 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 2 แสนล้านบาท" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานได้รายงานตัวเลขการเลิกจ้าง พบว่าปรับตัวในทิศทางดีขึ้น ตัวเลขคนว่างงานไม่น่าจะเพิ่มขึ้น และเมื่อดูตัวเลขการส่งออก และนำเข้าสินค้าทุนแล้ว ก็ชี้ไปในทิศทางเศรษฐกิจฟื้นตัว เป็นสัญญาณที่ดีและบ่งบอกว่าการตั้งเป้าว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ น่าจะเป็นไปตามที่วางไว้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า จากนี้ไป ครม.เศรษฐกิจจะพิจารณาเรื่องระยะปานกลางและระยะยาวมากขึ้น เช่น แผนระบบราง ระบบโทรคมนาคมที่ต้องปรับปรุงเครือข่ายต่างๆ โดยนำงบจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่จะปรับยุทธศาสตร์ภาพรวมมากขึ้น เพราะกระทรวงการคลังใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินน้อยลง และจะนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณาในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ

 ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือนสิงหาคม 2552 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 88.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 89.9 ในเดือนกรกฎาคม มีสาเหตุจากยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต และผลประกอบการลดลง เนื่องจากบางอุตสาหกรรมเริ่มปรับสต็อกสินค้าสูงขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว จึงชะลอการสั่งซื้อลง

 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 100 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังอยู่ในระดับไม่ดี เพราะผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น และเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ

 ส่วนดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า ยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต ผลประกอบการที่จะปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความหวังต่อสถานการณ์การค้าว่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี