
จุดจบมือขวา-ซ้าย "ตายหมด"!
ผมขอยกความดีให้กับทุกคน ขอรับผิดชอบและรับแรงกดดันไว้คนเดียว แต่ผมภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ทำเพื่อชาติ ผมผิดหวังกับการตัดสินของ ป.ป.ช. ทั้งๆ ที่อยากเห็นมาตรฐาน ความเป็นกลาง และความเป็นธรรม แต่วันนี้ไม่ใช่วันของผม ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่าผู้ที่ทำงานกับ
หากสังเกตจากปีที่แล้ว ที่คุณยงยุทธ (ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน) ก็โดนคดีทุจริตเลือกตั้งจนมีการยุบพรรคพลังประชาชน ในช่วงเวลาเดียวกันผมก็โดนเรื่องปราสาทพระวิหาร มาปีนี้อาทิตย์เดียวกัน คุณยงยุทธก็เพิ่งจะโดนคดีปกปิดทรัพย์สินอีก แล้วก็มาถึงคิวผมติดๆ กัน ก็ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือเป็นการวางแผนจงใจ แต่ที่แน่ๆ มันประหลาดมาก”
เป็นเสียงโอดครวญของ "นพดล ปัทมะ" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นับเนื่องจากสิ้นคำตัดสินของ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "สมัคร-นพดล" แบบแพ็กคู่ ในฐานะที่คนหนึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และคนหนึ่งเป็นเจ้ากระทรวง
ด้วยมติ 6 ต่อ 3 ชี้มูลความผิดทางอาญามาตรา 157 กับ กรณีการออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนประเทศกัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
แถลงข่าวจุดกระแสเลือกปฏิบัติ ตอกย้ำให้สังคมเห็นภาพ "เลือกเชือดเฉพาะฝ่ายตรงข้าม สมัคร-นพดล"
ขณะที่ ป.ป.ช. สรุปให้รัฐมนตรีในรัฐบาลสมัครอีก 35 คนรอด เพราะเห็นว่า การรับรู้ข้อเท็จจริงเป็นไปตามนายสมัครและนายนพดล ถือว่าไม่มีเจตนากระทำความผิดร่วม ส่วนกลุ่มข้าราชการเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามวิสัย แม้แต่ ”นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
ขณะที่ว่าตามน้ำหนักความผิด ในส่วนของ “สมัคร” ในฐานะ นายกฯ มีความผิดตามหลักการอำนาจหน้าที่ที่กำกับดูแล แต่ “นพดล” กลับเจอข้อหา "ลักไก่ลงนามแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา" ไปแบบเต็มๆ จึงส่ออาการหนักที่สุด
จน ”เจ้าตัว” ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ หลุดปากว่า "ผมรู้ตัวล่วงหน้าว่าไม่รอด ถ้าซื้อหวย ก็คงรวยไปแล้ว"
แถม ”นายใหญ่” ยังเขียนข้อความประเมินรูปคดีไว้ล่วงหน้าในเว็บทวิตเตอร์ เชื่อว่า คนใกล้ชิดอย่าง “นพดล” จะถูกจ่อคิวเชือดอย่างแน่นอน
ทำนองว่า หากว่ากันตามเนื้อผ้า ตามกฎหมายก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่ซีกฝั่งพรรคเพื่อไทยมองว่า อาจมีกระบวนการไล่เช็กบิลอดีตคนในขั้วเพื่อไทย
โดยเฉพาะ “คนรอบข้างทักษิณ” อย่าง ”นพดล” และ ”ยงยุทธ ติยะไพรัช“ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และอดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งคู่ต่างเป็นมือซ้าย-มือขวานายใหญ่ ที่ต้อง "พลีชีพเพื่อนาย" แต่ก็ต้องประสบชะตากรรมและส่อเค้าว่าจบชีวิตทางการเมือง ในห้วงเวลาใกล้ๆ กัน แบบจงใจบังเอิญ
หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ 28 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาศาลสั่งจำคุก "ยุทธ ตู้เย็น" 2 เดือน ปรับ 4 พันบาท ตัดสิทธิ 5 ปี โทษฐานทำนิติกรรมอำพรางซุกหุ้น 2.45 ล้าน แต่รอการลงอาญาไว้ ท่ามกลางเสียงโอดครวญของ ”อ้ายยงยุทธ” ว่า ถูกสร้างภาพเป็นคนชั่ว
เพราะเมื่อย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ 19 กันยายนมา นับนิ้วดูแล้ว "ยงยุทธ" เจอคดีหนักๆ มาแล้วหลายคดี ตั้งแต่คดียุบพรรคพลังประชาชน มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 237 จากกรณีถูก กกต. แจกใบแดง ข้อหาแจกเงินให้กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นผลให้ กก.บห.พรรคพลังประชาชน 37 คนถูกตัดสิทธิ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา
เท่ากับล็อกประตูที่จะกลับมาสู่เส้นทางการเมืองไปอีกหลายปี บวกลบคดียุบพรรคพปช.ของเดิม
พูดง่ายๆ ก็คือถูก "ดองเค็ม" ไปอีก 7 ปี !!!
ขณะที่ ”นพดล” ยังเหลืออีก 2-3 ปี แต่คงต้องไปรอฟังศาลฎีกา ซึ่งหากเจอวิบากกรรมเฉกเช่นเดียวกับ ”นายใหญ่” ก็อาจต้องจบชีวิตทางการเมืองเช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่ว่ากันไปแล้วทั้งชื่อของ ”ยงยุทธ” และ ”นพดล” ภายใต้การชักใยของ ”ทักษิณ” ในพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะสดใส ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามายืนเคียง ”ทักษิณ”
โดย ”ยงยุทธ” ถูกวางให้เป็นหนึ่งใน ”ลักยมคู่บารมีทักษิณ” เช่นเดียวกับ เนวิน ชิดชอบ ในขณะนั้น
ตลอดจนสั่งสมบารมีด้านการเดินเกมยุทธ์ จับมือกับ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รวบรวมอดีต ส.ส. ภาคเหนือ พปช. กว่า 80 คนมาอยู่สังกัดวังบัวบานและแยกตัวมาเป็น "กลุ่มยุทธตู้เย็น" ในภายหลัง
จนกระทั่งกราฟชีวิตค่อยๆ ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จากการรัฐประหาร 19 กันยา 49 เจอวิบากกรรมคดีความต่างๆ ไล่ตั้งแต่ ยุบพรรค จนถึงคดีปกปิดทรัพย์สินล่าสุด
ขณะที่ ”นพดล” ก็มีเส้นทางของวิบากกรรมไม่ต่างจาก ”เพื่อนซี้” อย่าง ”ยงยุทธ” ในฐานะที่ชักนำเข้ามาอยู่ใต้ปีกของ ”ทักษิณ”
เริ่มต้นด้วยการรับบทเป็น "ทนายหน้าหอ" ของตระกูลชินวัตร และอดีตที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว "ทักษิณ”
ก่อนก้าวกระโดดขึ้นมา ทำงานการเมืองในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค และได้รับการตบรางวัลด้วยเก้าอี้ "รมว.ต่างประเทศ" ในรัฐบาลสมัคร
กระทั่งต้องมาพบจุดจบในคดีปราสาทพระวิหาร ภายหลังชิงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินความผิดปี 2551 แสดงสปิริต พร้อมกับแบกข้อหาทำประเทศเสียดินแดนใต้ปราสาทพระวิหารมาร่วมปี และสุดท้ายส่อเค้าจะมีชะตากรรมเดียวกับ "นายใหญ่" คือสุ่มเสี่ยงที่ยุติชีวิตทางการเมือง ถึงขั้น "ตอกฝาโลง" ไปอีกยาวนาน
แม้ล่าสุดจะมีรายงานข่าวว่า มีสายตรงจากดูไบแสดงความเป็นห่วงทั้ง "ยงยุทธ" และ "นพดล" พร้อมช่วยเหลือการสู้คดีในชั้นต่อไปทุกๆ เรื่อง
แต่ก็เป็นพียงแค่ "ค่าทำขวัญ" เท่านั้น
เพราะจุดจบทางการเมือง ที่ต้องโดนทั้งคดีอาญา และโทษทางการเมืองนั้น เอาอะไรมาแลกก็ไม่คุ้มแน่นอน
ณยา ใจกาวัง



