
ความ(ไม่)รู้เรื่อง 3-จี
ทุกวันนี้ไม่ว่าไปทางไหน ไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ก็จะเห็นผู้คนใช้โทรศัพท์มือถือกันแทบจะทุกคน ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือลูกเล็กเด็กแดง ไม่ว่าผู้มีฐานะดีหรือผู้มีรายได้น้อย แม้กระทั่งขอทานตามเชิงสะพานลอยก็มีมือถือใช้กันทั่วหน้า
ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีทางโทรคมนาคมมีการพัฒนาขึ้นอย่างมากมาย อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วประกอบกับการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งเป็นเอกชนทำให้การใช้มือถือเป็นเครื่องมือสื่อสารให้ความสะดวกสบายและมีราคาค่อนข้างถูก ทั้งการใช้และการซื้อหามือถือมาใช้
ไม่น่าเชื่อที่ว่าเพียงไม่กี่ปีก่อนคนไทยจะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งแพงทั้งหนัก คงจำกันได้ว่าในยุคแรกๆ ที่เมืองไทยมีโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น โทรศัพท์เครื่องหนึ่งๆ ใหญ่โตและหนักราวกับแบตเตอรี่รถยนต์ ทั้งราคาที่ต้องซื้อหามาก็เหยียบแสนบาท แล้วปัจจุบันนี้ตัวโทรศัพท์มีขนาดเล็กราคาก็ถูกแทบไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะคนไทยซึ่งผลการวิจัยปรากฏว่าเราเป็นชาติที่ชอบ “วางฟอร์มรักษาหน้าตา” ที่สุดในโลก ฉะนั้นเพื่อแสดงว่าเป็นคนทันสมัยจึงมักเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือตามรุ่นที่เปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่เครื่องเก่าก็ยังใช้ได้ นี่เป็นเหตุให้มีโทรศัพท์มือถือมือสองเกลื่อนตลาดและราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ
ขณะนี้ประชากรของประเทศไทยตั้งแต่แรกเกิดมีประมาณ 65 ล้านคน และคนไทยเป็นเจ้าของมือถือถึงเกือบ 65 ล้านหมายเลข (64,672,270) นี่ก็แปลว่าหลายคนมีมือถือมากกว่า 1 หมายเลข หรือคนหนึ่งมีหลาย “ซิม” จึงทำให้สถิติการเป็นเจ้าของมือถือของคนไทยอยู่ในกลุ่มสูงที่สุดในโลกด้วย ทุกวันนี้คนไทยพกมือถือมากกว่าพกปากกาเสียอีก
และถึงแม้คนไทยจะมีมือถือมากมายเช่นนี้ แต่เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังล้าหลังกว่าหลายชาติ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเรายังอยู่ในรุ่นที่สอง หรือ “2 จี” โดยที่ประเทศอื่นเขาใช้ระบบ “3 จี” หรือ “4 จี” กันไปแล้ว
ความแตกต่างของระบบ 3 จีและระบบ 2 จีนั้น เป็นเรื่องทางเทคนิคโทรคมนาคม ซึ่งเราผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้เพียงแต่รู้ไว้ว่าระบบ 3 จีนั้นสำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์เพียงเพื่อพูดจากันตามปกติก็จะไม่ได้มีอะไรแตกต่าง แต่ผู้ที่ใช้ดูหนังฟังเพลงและส่งข้อความกันเป็นตัวหนังสือจึงจะเห็นความแตกต่างได้ชัด โดยโทรศัพท์มือถือภายใต้ระบบ 3 จี จะส่งข้อความได้ละเอียดรวดเร็วครบถ้วนได้กว่า เหมือนมีคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของมือถือและสามารถแปลงคอมพิวเตอร์แบบแล็ปท็อปให้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางไกลได้โดยง่าย แต่แน่นอนว่าผู้ใช้ที่ยังไม่มีมือถือที่จะใช้กับระบบรุ่น 3 จี ก็จะต้องเสียเงินเสียทองซื้อเครื่องเปลี่ยนใหม่ โดยเฉพาะพ่อแม่คงต้องเตรียมเงินทองไว้เพื่อเอาใจลูกหลานให้เปลี่ยนมือถือได้ตามเพื่อน
ในเมืองไทยนั้นมีผู้ให้บริการมือถือเอกชนเดิมอยู่ 3-4 ราย ซึ่งพร้อมและกระเหี้ยนกระหือรือที่จะให้บริการ 3 จี แต่ผู้กำกับกฎเกณฑ์-คณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก็ยังไม่เปิดเวทีให้เขาแสดงกัน ติด “โรคเลื่อน” มาจากใครไม่ทราบ
ความผิดอย่างใหญ่หลวงในเรื่องการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศไทยนั้น อย่างหนึ่งก็คือ เอากทช.ไปเป็นองค์การอิสระเหมือนกับหน่วยงานตรววจสอบ ที่ถูก กทช.ควรจะต้องเป็นงานภายใต้ปีกของรัฐบาลเหมือนกรรมการควบคุมการขนส่งหรืออื่นๆ ทั้งนี้ เพราะงานโทรคมนาคมเป็นส่วนของระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบโดยตรง
จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันให้นึกถึงการจัดระเบียบของอำนาจที่ 4 (องค์การอิสระทั้งหลาย) ด้วยก็จะดี
นายหนูใหญ่ [email protected]



