ข่าว

มหันตภัยใกล้ตัว

มหันตภัยใกล้ตัว

01 ต.ค. 2552

มหันตภัยอันเกิดจากพายุโซนร้อน "กิสนา" ที่ถล่มใจกลางเมืองมนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมหาศาล ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (28) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 240 คน ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในเมืองหลวงมากกว่า 90 คน

จากการที่ฝนตกรุนแรงมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวคนไทย แต่เมื่อปลายหางกิสนาสะบัดฟาดเข้ากับบางส่วนของภาคเหนือและอีสานของไทย คนไทยก็อาจตระหนักได้ว่า มหันตภัยจากความแปรปรวนของธรรมชาติไม่ว่าจะเกิดในภูมิภาคใดในโลกใบนี้ ย่อมส่งผลกระทบถึงประเทศไทยคล้ายโลกนี้ เป็นหมู่บ้านโลกหมู่บ้านหนึ่ง

 ในห้วงทศวรรษนี้ เป็นทศวรรษที่มนุษย์ต่างต้องเผชิญหน้ากับ "ความผันผวนของธรรมชาติ" อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากน้ำมือของมนุษย์เอง ซึ่งความผันผวนของธรรมชาตินี่เอง ได้ส่งสัญญาณเตือนมาเป็นระยะ ในประเทศไทยเอง คนไทยก็ได้เผชิญหน้ากับความผันผวนของธรรมชาติมาหลายเหตุการณ์จากพายุฝนถล่มในภาคใต้ จนกระทั่งคลื่นสึนามิในช่วงปลายปี 2547 โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยหลายส่วนจัดอยู่ในประเภทพื้นที่ลุ่มชายฝั่ง คือเป็นพื้นที่ที่มีระดับความสูงไม่เกิน 10 เมตร ลึกเข้าไปจากชายฝั่งไม่เกิน 100 กิโลเมตร ซึ่งในทุก 10 คนของประชากรโลก จะมี 1 คน อาศัยอยู่ในที่ลุ่มชายฝั่ง และเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงยิ่ง

 แนวชายฝั่งทะเลของไทยยาวประมาณ 2,667 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมือง ชุมชน และมีการใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ หากนำเกณฑ์การวัดจำนวนประชากรโลกต่อพื้นที่ลุ่มชายฝั่งมาพิจารณา จะมีคนไทยจำนวน 15,689  ล้านคนอาศัยอยู่ในที่ลุ่มชายฝั่ง คิดเป็นร้อยละ 25 ของประชากรทั้งประเทศ คนเหล่านี้หาได้อยู่ไกลมหันตภัยแห่งความผันผวนของธรรมชาติไม่ พายุโซนร้อนกิสนา พายุไซโคลนที่สาดซัดเข้าฝั่งรัฐโอริสสาของอินเดีย ถล่มบังกลาเทศ และกระโจนเข้าทำลายล้างทุกสิ่งบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีของพม่า เมื่อต้นปี 2551 เป็นมหันตภัยร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์พม่า จ่ออยู่ที่คอหอยคนไทยนี่เอง

 อาจยังไม่สายเกินไปนัก ในการรับมือ หรือลดความเสี่ยงจากผลกระทบที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก อย่างง่ายสุด ที่เราจะทำได้ คือการปิดไฟ ลดจำนวนการใช้ดวงไฟลง ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ใช้ภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จนกระทั่งระดับนโยบาย ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล  สิ่งเหล่านี้มิใช่การทำตามๆ กันไปเป็นแฟชั่น แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยความรู้และเข้าใจในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ภาพสายน้ำไหลเชี่ยวที่พัดพาผู้คนหายไปต่อหน้าต่อตาที่ฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นได้ในประเทศไทยอย่างแน่นอน