ข่าว

คุณภาพการศึกษาจะวัดกันที่ไหนดี

คุณภาพการศึกษาจะวัดกันที่ไหนดี

01 ต.ค. 2552

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชาของผมที่บอกว่าฝ่ายบริหารของโรงงานผลิตบัณฑิตของผมอยากให้มีการประชุมภาควิชาเดือนละครั้ง

ทั้งนี้ไม่นับถึงเรื่องของการที่ทางภาควิชาเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมประจำปีที่ใช้เวลาในการยืนยันว่าทางภาควิชาไม่ต้องการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการสอนที่ใช้มา 5 ปี เพราะยังใช้ได้อยู่

 เรื่องนี้เข้าใจกันได้ครับว่าในห้วงเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารในระดับอุดมศึกษาในประเทศเรามากมาย โดยเฉพาะหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจ ที่พูดกันในเรื่องของมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

 ไปๆ มาๆ ก็มีเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา และการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่รู้จักกันไปทั่ว

 เรื่องเหล่านี้โดยหลักการเป็นสิ่งที่ดีมากครับ แต่อย่าลืมว่าหลักการนั้นมันกำลังท่วมทับคนเป็นๆจำนวนมาก และผมเองก็ไม่แน่ใจว่าหลักการเหล่านั้นจะทำให้คุณภาพการศึกษาของประเทศนั้นดีขึ้นจริงหรือไม่

 อย่างในกรณีการศึกษาทางสังคมศาสตร์นั้น ผมว่าบางทีอาจจะต้องถึงการมีกระบวนการการสอบจบในระดับประเทศอีกครั้ง ถ้าในแง่ที่บางสาขาวิชานั้นมีการสอบใบประกอบอาชีพนั่นแหละครับ

 เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในสาขาสังคมศาสตร์นั้น โดยเฉพาะอย่างรัฐศาสตร์และสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเนี่ย มักจะมีคนถามกันอยู่เสมอว่าเรียนไปแล้วทำอะไรได้ ซึ่งทางออกทางหนึ่งก็คือ ถ้าเรียนมาแล้วสอบจบจริงๆ โดยกรรมการทั้งประเทศนั่นแหละครับ ถึงจะวัดได้ว่าที่ผลิตมากันทุกแห่งในประเทศเนี่ยมีคุณภาพเท่ากันไหม

 เรื่องพวกนี้ก็แปลก ถ้าเราไม่สนจะวัดกันที่ตัวผลงานที่ปลายทางแล้ว การมานั่งนับแต้มการประชุมภาค หรือการเปลี่ยนหลักสูตรเพื่ออ้างว่าให้ทันสมัยนั้นมันจะไปให้หลักประกันอะไรกับผลผลิตจำนวนมหาศาลที่ผลิตออกมาทุกที่ โดยไม่สามารถวัดได้จริงๆ ว่าผลผลิตที่มีอยู่นี้มีคุณภาพไหม

 เรื่องนี้ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนนั้นจะทำไปก็ไม่มีใครว่า เพราะคนที่เรียนนั้นเขาจ่ายตังค์เอง แต่ในกรณีของมหาวิทยาลัยรัฐนั้น จะเอาทรัพยากรประเทศมาทิ้งไว้ตรงนี้ทำไม ถ้าวัดค่าอะไรกันไม่ได้ และถ้าวัดกันได้จริงก็จะได้รู้กันไปว่าที่ไหนของจริง หรือที่ไหนอยากจะท้าทายระบบการสอบก็ไม่ว่ากัน ก็ไปตอบคำถามของสังคมเอาเอง

 ในประการที่สอง เรื่องที่สำคัญที่เราไม่เคยคิดกันก็คือ เราจะประเมินคุณภาพการศึกษาและการจัดสรรทรัพยากรมาพัฒนาหลักสูตรไหน ด้วยอะไร ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งก็คือ งบประมาณการศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับความต้องการของสังคมด้วย ในแง่ที่ว่าทุกสาขาวิชาจะต้องมีการใช้ทุนทุกสาขา ไม่ใช่ให้แต่แพทย์มาใช้ทุน และถ้าสาขาไหนไม่ต้องใช้ทุนก็แปลว่าไม่ขาดแคลน (ขาดมากน้อยก็ใช้ทุนต่างกัน) ไม่ขาดแคลนก็ไม่ต้องผลิต เอาเงินไปพัฒนาการศึกษาภาคบังคับให้แน่นๆ แล้วให้เอกชนเขาผลิต ไม่ใช่มาผลิตกันมากมาย แล้วแอบแทรกไว้ในหลักสูตรภาคพิเศษเพื่อหาเงินเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งทำอย่างนี้มหาวิทยาลัยเอกชนเขาไม่โตหรอกครับ

 การควบคุมเรื่องคุณภาพผ่านกระบวนการต่างๆ น่ะมันเป็นสิ่งดี แต่เอาเข้าจริงมันเป็นการกรอกแบบฟอร์มมากกว่าจะวัดของจริงครับผม

 อยากได้ของจริงก็สอบแล้วก็มาเถียงกันเรื่องสอบ แล้วก็มาคิดเรื่องของการรับใช้สังคมให้มันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยดีกว่าไหมครับ