
ปาฏิหาริย์มีจริงหรือ ?
การนับถอยหลังของพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงดำเนินต่อไป นับอาทิตย์นี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว โดยเป้าหมายเดิม 12 สัปดาห์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ถึงแม้ว่า จะมีหลังพิง จากการที่พรรคร่วมรัฐบาลแสดงท่าทีพร้อมร่วมหัวจมท้ายแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้มีการทำประชามติ ซึ่งน่าจะเป็นตัวประกันชั้นยอดให้เป็นข้ออ้างในยามวิกฤติ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า สมัยประชุมหน้าที่ต้องตัดสินใจว่าจะอยู่เพื่อเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยซักฟอกหรือไม่ จะถูกปรับเปลี่ยนแผน
เพราะแผน 12 สัปดาห์นั้น หาได้ยึดโยงกับเฉพาะสมัยประชุมหน้าแต่เพียงอย่างเดียว
การแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ต่างหากที่ทำให้รัฐบาลนี้ ต้องวางแผนกำหนดอายุขัยของตัวเอง
การตัดสินใจลงนามแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ คนที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งใจจะเสนอชื่อเพื่อให้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.มานั่งในตำแหน่ง รักษาการ ผบ.ตร. ก่อนที่จะถึงวันที่ 1 ตุลาคม แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในวันนี้พรุ่งนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ ยังใช้อำนาจตามระบอบการปกครองไม่ได้
ยิ่ง พล.ต.อ.ปทีป นั่งในตำแหน่ง รักษาการ ผบ.ตร.นานเท่าใด ก็เท่ากับเงื่อนปมที่มีอยู่ก็เริ่มรัดแน่นมากขึ้นๆ
ถึงแม้ว่าในวันนี้ ปัญหาภายในรัฐบาลจะได้รับการคลี่คลายไปมากโข ทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ที่นอกจากจะมีพรรคภูมิใจไทย แล้วยังพ่วงพรรคชาติไทยพัฒนา เจ้าของเรื่องตั้งแต่แรกเข้าไปด้วย ถัดไปเรื่องระบายสินค้าเกษตรก็คงจะตามมาเป็นรายต่อไป
แต่นั่นก็ยังไม่อาจหลีกหลบเรื่องคาใจในการใช้อำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ !
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่เพียงแค่ว่า จะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีอย่างไร แต่สภาพภายในพรรคประชาธิปัตย์เองในวันนั้นก็คงจะอยู่ในขั้นวิกฤติ
คีย์แมน อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ จะเป็นอย่างไร นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ จะอยู่อย่างไร
เพราะฉะนั้น นับจากวันนี้ไป จะสังเกตได้ว่า ในแต่ละพื้นที่บรรดาผู้แทนทั้งหลาย จะลงไปพบกับชาวบ้าน พร้อมกับการกล่าวถึงเม็ดเงินงบประมาณ เพื่อปูฐานให้แน่น รองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
เพราะงานนี้แม้แต่คนในพรรคก็ยังมองไม่ออกว่า ถ้าไม่เลือก "คนที่ไม่อยากจะเลือก" แล้วรัฐบาลจะอยู่อย่างไร
สู้ยุบสภา เป็นรัฐบาลรักษาการ แล้วไปตายเอาดาบหน้าหลังเลือกตั้งไม่ดีกว่าหรือ
นับจากสัปดาห์นี้ไป ก็เหลือแค่ 9 สัปดาห์เท่านั้น
ว่ากันว่า วงในที่คุยกันถึงกับหลุดคำว่า ปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะเปลี่ยนกำหนดนี้ !



