ข่าว

ล่า! 'โจรอ้วน-ผอม'ถีบรถฆ่าชิงทรัพย์เจ้าแม่เงินกู้

ล่า! 'โจรอ้วน-ผอม'ถีบรถฆ่าชิงทรัพย์เจ้าแม่เงินกู้

26 ธ.ค. 2560

เมียอดีต ตชด.ปล่อยเงินกู้ ถูกคนร้ายอ้วนผอมขี่ จยย. ประกบถีบล้มก่อนกระหน่ำแทง ตำรวจตรวจวงจรปิดพบพฤติกรรมประสงค์เอาชีวิตมากกว่าชิงทรัพย์

 

               เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2560 พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ระดมกำลังตำรวจสืบสวน ลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุ 2 คนร้ายประกบถีบจักรยานยนต์นางประยูร ทองโม้ อายุ 65 ปี เมียอดีตตำรวจ ตชด. ทำธุรกิจปล่อยเงินกู้และท้าวแชร์ เสียหลักล้มก่อนกระหน่ำแทงบาดเจ็บสาหัส ก่อนดึงเอากระเป๋าสะพายไม่ทราบจำนวนเงิน และสร้อยคอทองคำแต่ขาดตกลงพื้น คนตายกระเสือกระสนไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ช่วยกันแจ้งกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต เมื่อเวลา 21.30 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา

               โดยเหตุเกิดที่ ซอยนาทราย 5 บ้านหนองหิน ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง ซึ่งเป็นถนนคอนกรีต มีบ้านเรือนอยู่หนาแน่น ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าบ้าน 17/2 หมู่ 7 บ้านหนองหิน พบคราบเลือดอยู่บนพื้นถนน 2 จุด จุดแรกมีคราบเลือดจำนวนมาก เป็นจุดที่คนร้ายถีบรถล้ม แล้วแทงผู้ตาย ห่างมาอีก 15 เมตร เป็นจุดที่ผู้ตายเดินมาขอความช่วยเหลือและล้มลง

               นายอุทัย พรหมสุรินทร์ อายุ 36 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและออกมาช่วยผู้ตาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกลับมาจากทำธุระนอกบ้าน และเพิ่งลงจากรถยังไมได้เข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงรถล้ม จึงเดินไปส่องที่รั้ว ก็พบผู้ตายถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน คนขับรูปร่างอ้วน คนซ้อนท้ายรูปร่างผอม โดยคนซ้อนท้ายได้เดินลงมาใช้มีดแทงผู้ตาย ผู้ตายร้องขอชีวิตว่า “อย่าทำแม่ อย่าทำแม่” แต่คนร้ายยังกระหน่ำแทงผู้ตาย ตนได้ร้องสั่งให้คนร้ายหยุด ทำให้คนร้ายหยุดชะงักและตกใจ รีบดึงเอากระเป๋าและสร้อยคอทองคำ วิ่งขึ้นรถขับหลบหนีย้อนไปทางเดิม จึงรีบแจ้งกู้ชีพรีบนำส่งโรงพยาบาล

               ด้าน ร.ต.ท.สมาน ทองโม้ ข้าราชการบำนาญ สามีผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นแม่บ้าน และปล่อยเงินกู้ให้พ่อค้า แม่ค้า และชาวบ้าน ช่วงเย็นทุกวันผู้ตายจะขี่รถจักรยานยนต์ไปเก็บเงินดอกกับลูกค้า พร้อมกับซื้ออาหารเย็นกลับมาบ้านทุกวัน ก่อนเกิดเหตุ เย็นวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ตนรอผู้ตายกลับมากินข้าวเย็น ไม่เห็นผู้ตายกลับมาบ้าน และทราบว่าภรรยาถูกคนร้ายใช้มีดแทงชิงทรัพย์ เหตุเกิดห่างจากบ้านไม่ไกล ซึ่งผู้ตายได้ร้องขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุวิ่งออกมาดู เห็นคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี จึงนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต ซึ่งไม่รู้ว่าเงินในกระเป๋ามีกี่บาท

               ตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่จักรยานยนต์ตามผู้ตายมา เมื่อมาถึงที่เกิด ได้ขี่มาประกบรถผู้ตาย ก่อนใช้เท้าถีบรถผู้ตายล้ม คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายเดินลงมาใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย จากนั้นดึงเอากระเป๋าเงิน พร้อมกับกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จนขาดหลุดจากคอตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วหลบหนีไป

               ส่วนนายคติ กองสุวรรณ อายุ 68 ปี เจ้าของร้านชำ “ตาแดง” บ้านนาทราย เล่าว่า ผู้ตายจะมีแก๊งเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันประมาณ 7-8 คน หลังจากเก็บเงินดอกรายวันและเงินแชร์ ผู้ตายมักจะนัดมานั่งกินข้าวเย็นที่บ้านของตนประจำ ก่อนเกิดเหตุ ช่วงหัวค่ำผู้ตายได้เอาฝักมะรุมไปให้ประธานชุมชนแกง แต่ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มากินข้าวกินลาบหมูกับแก๊งเพื่อนประมาณ 3-4 คนที่บ้านของตน เสร็จแล้วผู้ตายได้ขอตัวกลับ ซึ่งเพื่อนๆ ไม่ได้ไปส่งเพราะยังเป็นช่วงหัวค่ำ ผู้ตายขี่ไปไม่นาน ประมาณ 1 กม. ก็ทราบว่าถูกฆ่าชิงทรัพย์ ยังรู้สึกตกใจและเสียใจไม่หาย

               พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจมุ่งประเด็นสังหารไว้ที่ ฆ่าชิงทรัพย์ แค้นส่วนตัว และฆ่าล้างหนี้ หลังเกิดเหตุ พบว่าเงินกว่า 1 หมื่นบาทยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ตาย เลสข้อมือทองคำหนัก 1 บาท และแหวนทองคำ 1 วง ยังอยู่ที่ข้อมือและนิ้วเหมือนเดิม ส่วนสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ถูกคนร้ายกระชากขาดตกที่พื้น กระเป๋าที่คนร้ายเอาไปไม่มีทรัพย์สิน ส่วนสาเหตุที่คนร้ายไม่ได้ทรัพย์ไปก็คงเพราะมีคนพบเห็นก่อน จึงรีบหลบหนีไป ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ เห็นพฤติกรรมคนร้ายแทงคนตายเหมือนประสงค์ต่อชีวิต ไม่เหมือนการชิงทรัพย์ที่คนร้ายมุ่งเอาทรัพย์สินแล้วหลบหนี ซึ่งได้ระดมกำลังตรวจหาภาพคนร้าย และรถ จากกล้อวงจรปิดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนี คิดว่าอีกไม่นานต้องจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน