
"เจษฎ์" เชื่อโอกาสเลื่อนโร้ดแม็พเกิดได้
"เจษฎ์" เชื่อโอกาสเลื่อนโร้ดแม็พ61 เกิดได้ แต่ต้องผ่านเวทีคุยกับนักการเมือง เพื่อขจัดความขัดแย้ง
26 ธ.ค. 60 - นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ของนักการเมืองต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนโร้ดแม็พเลือกตั้ง ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ว่า ตนมีความเห็นไปในทางเดียวกันและมองว่าจะมีโอกาสเลื่อนโร้ดแม็พเลือกตั้งได้ แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนดังกล่าวเชื่อว่าจะมีอีก 2 ขั้นตอนที่ต้องพิจารณา คือ 1.การงดใช้การเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) ด้วยเหตุสำคัญคือ พรรคการเมืองไม่สามารถทำกระบวนการดังกล่าวได้ทันเวลาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งวิธีแก้ปัญหา คือ การใช้คำสั่ง มาตรา 44 ดำเนินการ และ 2.ขยายเวลาการบังคับใช้ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ออกไป 3-6 เดือน จากเดิมที่หลักการใช้กฎหมายจะเกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
"กระบวนการนั้น ผมเชื่อว่าต้องเกิดขึ้น แต่ต้องมีขั้นตอนสำคัญ คือ ตาม ข้อ8 ของคำสั่ง คสช.ที่ 58/2560 ที่คสช. ต้องหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเปิดเงื่อนไขให้พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองเข้าหารือด้วย ซึ่งผมมองว่าควรเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว เพื่อเปิดให้ทุกฝ่ายหารือและกำหนดโร้ดแม็พการเมืองของประเทศ แทนที่เขาจะคิดอยู่ฝ่ายเดียว และเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ให้เกิดความปรองดองและไม่เป็นประเด็นขัดแย้งของสถานการณ์การเมือง รวมถึงเพื่อให้นักการเมืองทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน" นายเจษฎ์ กล่าว
นายเจษฎ์ ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ป.ส.ส. นั้น ในชั้นกมธ.ฯ ยังไม่ได้ยกมาคุยกัน แต่ตนเชื่อว่าการเขียนกฎหมายใดต้องคำนึงถึงการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ตามที่เขียนใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองด้วย เพราะหากพรรคการเมืองทำไม่ทันก็จะส่งผลต่อการปฏิบัติใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เช่นเดียวกัน.



